เขียนเรื่องนี้สักหน่อย เนื่องจากรู้สึกว่าพักนี้เพื่อนๆเศร้ากันเยอะเหลือเกิน

คำว่า moving on - ไม่รู้จะแปลเป็นไทยยังไงดีตามเคย- ไม่เหมือนกับคำว่า getting over นะ
การ get over คือลืมหรือทำใจได้หลังจากเลิกกับแฟนหรืออกหัก
แต่ move on คือนอกจากจะทำใจได้แล้ว ยังได้เรียนรู้ แล้วก็พัฒนาไปอีก สามารถทำให้เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
เท่ากับว่า get over จะเกิดขึ้นก่อน move on และระยะเวลาที่ใช้ระหว่างสองขั้นนี้จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนอาจไม่มีวันมาถึงขั้นที่สองเลยก็ได้...

แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ moving on เป็นเรื่องที่สำคัญ

จะเจ็บได้อย่างไร ในเมื่อฉันไม่รู้สึกเจ็บ
จะหายดีได้อย่างไร ถ้าฉันยังคงเหมือนเดิม

ทุกๆเช้า ฉันได้แต่เฝ้าตามหา ลมหายใจสุดท้ายของความฝัน
เธอกำลังจะจมหายไปหรือแค่โบกมือให้ฉัน เพราะฉันไม่รู้จะทำยังไงดีกับรอยขาดในความสัมพันธ์ของเรา*

ฉันอยากจะมีชีวิต อยากจะหายใจ
เคยคิดว่าเธอคือคนที่จะสามารถปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระ
แต่ฉันก็ยกโทษให้เธอได้ เพราะเธอทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง
และตอนนี้ฉันก็อยากจะมีชีวิต เพียงเพื่อจะตามหา
ตามหาคนที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้**

จะแพ้ได้อย่างไร ถ้านี่ไม่ใช่การแข่งขัน
จะรักได้อย่างไร ถ้าเธอเธอจะเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ทุกๆเช้า ฉันได้แต่เฝ้าตามหา ลมหายใจสุดท้ายของความฝัน
เธอกำลังจะจมหายไปหรือแค่โบกมือให้ฉัน เพราะฉันไม่รู้จะทำยังไงดีกับรอยขาดในความสัมพันธ์ของเรา*

ฉันอยากจะมีชีวิต อยากจะหายใจ
เคยคิดว่าเธอคือคนที่จะสามารถปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระ
แต่ฉันก็ยกโทษให้เธอได้ เพราะเธอทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง
และตอนนี้ฉันก็อยากจะมีชีวิต เพียงเพื่อจะตามหา
ตามหาคนที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้

จะตามหาหนทางของฉัน ท่ามกลางความคดเคี้ยวแห่งความปรารถนา
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรักที่ขมขื่นหรือเวลาที่สูญเปล่า
เธออาจจะคิดว่าฉันวิ่งตามเงาในความคิดฉันเอง
แต่ฉันยังเห็นแสงสว่างที่จะคอยนำทางชีวิตของฉันไป
คนคนนั้นที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้

ฉันอยากจะมีชีวิต อยากจะหายใจ
เคยคิดว่าเธอคือคนที่จะสามารถปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระ
แต่ฉันก็ยกโทษให้เธอได้ เพราะเธอทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง
และตอนนี้ฉันก็อยากจะมีชีวิต เพียงเพื่อจะตามหา
ตามหาคนที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้
เพราะฉันต้องการมากกว่านี้ มากกว่านี้ ต้องการอะไรมากกว่านี้

ฉันอยากจะมีชีวิต อยากจะหายใจ
เคยคิดว่าเธอคือคนที่จะสามารถปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระ
แต่ฉันก็ยกโทษให้เธอได้ เพราะเธอทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง
และตอนนี้ฉันก็อยากจะมีชีวิต เพียงเพื่อจะตามหา
ตามหาคนที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้
ตามหาคนที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้
ตามหาคนที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้
ตามหาคนที่ฉันสามารถสละชีวิตเพื่อเขาได้

- To Die For, Rooster

* มาจาก are you drowning or just waving, cause i'm tearing at the seams
คิดอยู่นานมากว่าจะแปลยังไง เราคิดว่าครึ่งแรก เหมือนผู้ชาย (คนร้อง) ยืนอยู่ที่ฝั่ง แล้วผู้หญิงอยู่ในน้ำไกลออกไป เขาไม่เข้าใจว่าผู้หญิงกำลังจะจมน้ำจริงๆหรือแค่โบกมือให้เขาเฉยๆ ส่วนครึ่งหลัง seams คือตะเข็บผ้า ซึ่งก็ไม่บอกว่าเป็นตะเข็บของอะไรกันแน่ (ประหยัดคำเหลือเกิน) ทำให้เราก็ไม่รู้ว่าทั้งสองส่วนที่แยกจากกันด้วยตะเข็บนี้คืออะไรและหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป แต่ที่แน่ๆคือมันกำลังฉีกขาด

** มาจาก find somebody to die for
คำว่า "to die for" สามารถใช้เป็นคำขยายแปลว่าดีมากๆ ควรยอมตายเพื่อให้ได้มา แต่ในที่นี้แปลตรงตามตัวอักษร

สิ่งที่ทำให้เราชอบเพลงนี้ แล้วพยายามจะแปลขนาดนี้ทั้งๆที่ความสามารถทางภาษาไทยของเรามันน้อยมากเนี่ยนะ เป็นเพราะผู้ชายคนนี้ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง (เข้ากับหัวเรื่องของเรา) เค้าไม่ได้โกรธผู้หญิงที่จะจากเค้าไป แต่เค้ายกโทษให้ผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอทำให้เค้าได้เรียนรู้ ได้เข้าใจอะไรบางอย่างที่เค้าไม่เคยเข้าใจมาก่อน และสิ่งนี้ทำให้เค้าคิดได้ว่าเค้าจะทำยังไงกับความสัมพันธ์ครั้งต่อไป ซึ่งก็คือการตามหาคนที่เค้าจะรักอย่างจริงจัง คนที่เค้าสามาถตายแทนได้...

ขอยกตัวอย่างเรื่องของตัวเอง
เราเคยคบกับผู้ชายคนนึง แค่ประมาณ 6 เดือนเองมั้ง ไม่ใช่แฟนด้วย
แต่เราใช้เวลาตั้งเกือบสองปีกว่าจะคิดได้

เค้าไม่ได้ผิดคนเดียว มันไม่ใช่แค่เค้าไม่ได้รักเรา
แต่เราก็ผิดด้วย เพราะเรารักเค้าไม่มากพอ

ที่ตั้งใจจะไม่มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ ก็เป็นคนนี้แหละ
ไม่ใช่เพราะกลัวความเจ็บปวดหรืออะไรนะ
แต่เราไม่อยากทำผิดแบบเดิมอีก คือเรารู้สึกว่าเราไม่ได้ใส่ใจเค้ามากพอ เราไม่ได้ทำอะไรที่ควรจะทำ ไม่ได้บอกเค้าว่าสิ่งที่เค้าทำมันผิด ซึ่งถ้าเราเห็นแก่เค้าจริงๆ เราควรจะบอก แม้ว่ามันจะทำให้เค้าโกรธเราก็ตาม เรารู้ว่าควรจะพยายามมากกว่านี้
แต่เนื่องจากตั้งแต่ปีที่แล้ว เราก็เรียนไม่ลืมหูไม่ลืมตา วันๆอ่านหนังสือทำการบ้านทำรายงานก็หมดเวลาแล้วอ่ะ บางทีเพื่อนยังไม่ได้เจอหน้าเลย แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลแฟน
อีกอย่าง ถ้ามีเวลามากขนาดไปดูแลเค้าอ่ะนะ เอาเวลามาใส่ใจคนใกล้ตัวก่อนดีกว่ามั้ย เราดูแลคนที่เค้ารักเราได้ดีแค่ไหน รักครอบครัวเราได้มากแค่ไหน มากพอแล้วเหรอ ถึงจะเวลาไปแบ่งให้คนอื่นที่อาจจะไม่ได้รักเราเลยด้วยซ้ำ

พอคิดได้ มันก็ทำให้เราเปลี่ยนไปได้จริงๆ
และเราก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป กับเวลาที่ต้องคิดมาก กับเวลาที่ต้องร้องไห้
แล้วเราก็ให้อภัยเค้าได้

ความเจ็บปวดเป็นบทเรียนที่ดี
อย่างน้อยก็สำหรับเรา
การเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ขอให้ทุกคนพยายาม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนนี้กำลังจะ moving on...
พยายามอยู่

ชอบเพลงนี้เหมือนกัน...
แต่ไม่ให้อภัยเว้ยยย (ในเนื้อเพลงมันมีคำว่า I can forgive cos you bring me believe in something more)---ไม่ได้โกรธ แต่ไม่ให้อภัย

#1 By ^-ใบเตย-^ on 2005-08-28 21:39

แล้วแกจะไปเคียดแค้นอะไรเค้านักหนาหา?
เค้าอุตส่าห์ช่วยให้แกรู้จักตัวเองดีขึ้นแล้วยัง

#2 By มุก on 2005-08-28 21:50

อยากทำได้...แต่ช่างยากเหลือเกิน..........เขียนได้ดีจริงๆ....เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตเลยแหละ...

#3 By Gratai...Ka!!! on 2005-08-29 01:49

หลายคนคิดว่านี้คือการเรียนรู้ แต่สำหรับบางคน แค่ได้ลืม ก็มีค่าที่สุดแล้วครับ.....


แต่คุณ ambiguous เขียนดีจังอะ

#4 By วาซาบิ on 2005-08-29 15:31

ได้ความรู้ใหม่แฮะ..

ไม่รุ้นะพี่ สำหรับเค้าเค้าคิดว่า..
ก่อนที่จะมีแฟน หรืออะไรที่มันเรียกว่ารักนี่
เราควรจะพร้อมให้เค้าได้ ..
ถ้ายังไม่พร้อมก็อย่าไปมีมันเลย

find somebody to die for
อยากจะเป็นอยากประโยคนี้นะ
แต่ก็อยากให้มีอีกคนนึงคิดกับเราแบบนี้เหมือนกัน

#5 By ซัง (61.91.187.10) on 2005-08-29 16:53

อีกอย่าง..เบสบอล หญิงนี่เรียกว่า ซอฟต์บอล รึเปล่า

#6 By ซัง (61.91.187.10) on 2005-08-29 16:55

ผมเคยเป็นนะครับ เจอคนที่คิดว่า ถ้าให้ตายแทนก็ทำได้

แต่เมื่อผ่านสิ่งต่างๆมามากในชีวิต

ตายแทนก็ยังตายได้ แต่ต้องถามก่อน ว่าคุ้มไหมครับ

เพราะเมื่อรักนั้นจากเราไป คนคนนั้นมองเห็นเราเป็นแค่คนอื่น

นั่นเจ็บยิ่งกว่าตายไปเสียอีก

ณ เวลานั้น ถ้าให้เลือก ผมเลือกจมอยู่ในที่มืดมิดตลอดไป ไม่เห็นใคร ไม่ก้าวไปไหนดีกว่า

แต่เมื่อเจ็บมาก ชีวิตสอนให้เราลุกขึ้น ปัดเข่า ปัดขา เดินต่อไป ให้ได้

เดิมอาจจะอยู่ในที่ต่ำกว่าคนอื่นเขา เพราะขุดหลุมฝังตัวเอง กับความเจ็บปวดในอดีตที่ไม่ลืมเลือน

แต่ตอนนี้ จำต้องเดินต่อไปแล้วครับ

#7 By เบน on 2005-08-29 20:16

ก็เคยคิดค่ะว่าคุ้มมั้ย
แต่ถ้าเค้ารักเรา เค้าไม่น่าจะให้เราต้องตายแทนเค้าตั้งแต่แรก
เพราะฉะนั้น ถ้าเราตัดสินใจเองที่จะตายแทนเค้า ถ้าเรารักเค้ามากขนาดนั้น ได้แน่นอน

และถ้าตาย ยังไงเค้าก็ต้องลืมเราอยู่แล้วแหละ (คนที่ยังอยู่ก็ต้อง move on ต่อไปเป็นเรื่องธรรมดา) ก็ไม่ควรจะเอามาเป็นเหตุผลว่าควรจะรักมากหรือน้อย ใช่มั้ย

งงมั้ยเนี่ย

#8 By มุก on 2005-08-29 20:24

Give me five ได้ไหมคะ คุณเบน...โดนๆๆๆ

#9 By ^-ใบเตย-^ on 2005-08-29 20:24

เส้าจัด...

#10 By กัสจัง on 2005-09-11 00:51

ฉันเองนะแก...เดี๋ยวนี้เขียนไดอารีแล้วนะ แหมม...มาเม้นท์ให้นะ คิดถึงว่ะ ว่างๆ แล้วเจอกัน

niss u

#11 By เดือนดารารัศมี (203.156.84.113) on 2005-09-29 13:20

Google is the best search engine

#12 By XegJkbZyQKB (85.255.113.74) on 2007-03-02 18:52

dsklufgjfkldhnvjklhn

#13 By พเร (202.29.53.1) on 2007-07-11 14:23

เรื่องของมึง กูโง่เอง 12546

#14 By พิเรน (202.29.53.1) on 2007-07-11 14:26

^
^
^
What's wrong with you?
.............................


move on เปิดดิก อังกฤษ-ไทย = ก้าวไปเรื่อยๆ ไปข้างหน้า, ออกทางไป

เปิดอังกฤษ-อังกฤษ ของ longman แกะคำเอาจะได้ประมาณที่มุกแปลข้างต้นด้วย เพราะมันมีหลายตัวอย่างมาก

แต่ถ้าเปิดของ oxford จะคล้ายๆของไทย (ดิกไทยคงเอามาจากเล่มนี้

#15 By เจ้าชายแห่งรัตติกาล (210.246.68.152) on 2007-07-12 03:06

อ่านแล้วชอบอ่ะ

ไม่มีเหตุผล

ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ

อิอิ

#16 By AmeThYsT (202.28.27.6 /10.40.91.155) on 2007-07-22 22:01

สู็ๆนะมุก หนิงเป้ฯกำลังใจหั้ย

#17 By (161.200.255.162) on 2007-09-06 12:42