review: โคะโคะโระ กับ Being There

posted on 20 Sep 2005 19:03 by ambiguous  in review

โคะโคะโระ
เขียน นัทซึเมะ โซเซะกิ
แปล ดร.ปรียา อิงคาภิรมณ์ โฮริเอะ และ อจ.กนก ศฤงคารินทร์
สำนักพิมพ์ดอกหญ้า

เรื่องนี้แบ่งเป็นสามตอน ตอนแรกเป็นเรื่องของ "ข้าพเจ้า" ที่ได้พบและรู้จักกับ "เซนเซ" ตอนที่สองเป็นเรื่องของ "ข้าพเจ้า" กับครอบครัว และตอนที่สามเป็นเรื่องราวในอดีตของ "เซนเซ"
ความจริงแล้วถ้าพูดเนื้อเรื่อง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร แต่จะสร้างปมที่จะค่อยๆคลี่คลาย เลยไม่อยากเล่าละเอียด เดาเรื่องได้แล้วมันจะไม่ตื่นเต้นอ่ะ พวกคำนำ/ความในใจของผู้แปลก็เหมือนกัน อย่าอ่านก่อนเลยเพราะจะได้เนื้อเรื่องมาเกือบหมด

สิ่งที่สำคัญคือการบรรยายความในใจของตัวละคร การเล่าภูมิหลังและประวัติเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเพราะอะไรตัวละครถึงมีลักษณะนิสัยอย่างที่เป็นอยู่และทำไมถึงตัดสินใจกระทำบางสิ่งบางอย่างลงไป เนื่องจากเรื่องเล่าจากมุมมองของตัวละครแค่สองคน การตีความพฤติกรรมและความคิดของตัวละครอื่นๆทุกตัวจึงมาจากมุมมองของ "ข้าพเจ้า" และ "เซนเซ" เท่านั้น (บทพูดมีน้อยนะในความคิดของเรา) ซึ่งบางทีก็ทำให้เรางงได้เหมือนกันว่าเราจะเชื่อสายตาตัวละครได้มากแค่ไหน ยิ่งๆหลังๆยิ่งรู้สึกเหมือนอยู่ในสงครามประสาท และนอกจากความรู้สึกลึกในจิตใจมนุษย์แล้วยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ปรัชญาและแนวคิดหลายอย่างรวมอยู่ด้วย ถ้าไม่มีการพูดเสื้อผ้าและประเพณีบางอย่างของญี่ปุ่นในสมัยเมจิ เราก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ร่วมสมัยพอสมควร

เมื่อคืนนี้อ่านถึงตีสองครึ่งจนจบ เหนื่อยเชียวละ
เข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่าอ่านแต่ละครั้งได้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน
ถ้ามีเวลาคงอ่านอีก

...

Being There
Jerzy Kosinski
1970

เป็นเรื่องผู้ชายสติปัญญาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (แต่ไม่บ้านะ) คนนึงที่ออกจากบ้าน (และสวน) ของเขาเป็นครั้งแรกหลังจากเจ้านายเสียชีวิต ได้บังเอิญประสบอุบัติเหตุเรื่องบังเอิญหลายๆอย่างจนในที่สุดกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอเมริกา หรือจะเรียกว่าทั่วโลกก็ยังได้ ภายเวลาไม่ถึงอาทิตย์

ถึงจะฟังดูคล้ายๆฟอเรสต์กัมพ์ เรื่องนี้ก็มีอะไรแปลกๆที่เราไม่เคยคิดว่าจะมีคนเขียนได้ เช่น การเอาความคิดของตัวเอกไปเปรียบเทียบกับทีวี การมีตัวตนคือการที่มีคนมองดูรับรู้อยู่ รับรู้ด้วยการมองได้ดีกว่าการสัมผัส หรือเวลามีอะไรเกิดขึ้นก็จะเอาไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่เคยเห็นทางทีวี ฯลฯ (คือแบบว่า คิดได้ไงอ่ะ)มีการกระทบกระทียบสื่อ การเมือง ความเชื่อ เพศ ฯลฯ (ต้องบอกมั้ยว่ามีเซ็กซ์ด้วย)

เรื่องนี้ก็เหมือนกันที่อ่านแค่รอบเดียวไม่ได้
คือจริงๆมันอ่านง่าย วันเดียวก็จบเหมือนกัน แต่มันหลายเรื่องหลายมุมต้องคิด

จะไปหาบทวิจารณ์เรื่องนี้มาอ่านละ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรื่องหลังเนี่ย เป็นหนังสือแปลหรือครับ

เก่าแก่มากนะ..35 ปีกว่าแล้ว

#1 By Soup on 2005-09-20 20:44

อ่า อยากอ่านดูจังเลย

#2 By กัสจัง on 2005-09-20 21:02

ไว้จะลองไปหาอ่านดูนะครับ จำชื่อไว้แล้วครับ
สองเรื่องนี้ใช้ได้เลยใช่หรือเปล่า
จะจำชื่อไว้ เดี๋ยวหาอ่านบ้าง
เรื่องหลังน่าจะสนุกดีนะ ชอบแนวนี้อ่ะ

#4 By Life Goes On on 2005-09-21 00:17

นักอ่านตัวยง ผมทำมะด้ายย อ่านทีไรหลับทู้กที

#5 By [Diablo]Amezon'Poori on 2005-09-21 06:50

...ไม่รู้จักแฮะ แต่น่าสนใจดีจะหาได้มั้ยเนี่ย
เมื่อคืนก็พึ่งหาอะไรอ่านจบไปอีกเล่มเหมือนกัน
ตอนนี้กำลังอ่าน Fine Day อยู่จ้ะ.. รวมเรื่องสั้น 4 เรื่อง
ตอนนี้อ่านไป 2 เรื่องแล้ว..

แล้วจะเก็บบางตอนมาฝากไว้ที่บลอคนะ.. กำลังดื่มด่ำ
ตอนนี้ กำลังอยากอ่าน ฝนตกตลอดเวลา อะครับ

เรื่องอื่นๆ นี้ รอก่อนนะ

#8 By วาซาบิ on 2005-09-21 11:38

being there อ่านภาษาอังกฤษค่ะ แต่มันไม่ยากนะจริงๆ ไม่ยาวด้วย แค่ร้อยกว่าหน้า
เรื่องแรกนั่นพิมพ์ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นปี 1914 (มั้ง) เก่ากว่าอีก

#9 By มุก on 2005-09-21 13:45

ช่วยทำเรื่องอื่นให้ด้วย

Woman Warrior
The Bonesetter's Daughther
East Wind:West Wind
Night
Tuesday with Morrie
Lovely Bones
The Catcher in the Rye
One True Thing
เคยอยากreview แบ่งปันให้คนอื่นไปอ่านแต่...ก็รู้อ่ะนะ ว่าเราเป็นยังไง

#10 By ^-ใบเตย-^ on 2005-09-21 14:54

นี่... แล้วสามเรื่องนั่นชั้นได้อ่านเรอะ แค่เห็นแกอ่านชั้นก็ขยาดแล้ว (หนังสืออะไร คนอะไร คิดขึ้นมาได้)

#11 By มุก on 2005-09-21 15:20

ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแปลเท่าไหร่เลยอ่ะแฮะ

เอ ... ไว้ไปหามาอ่านบ้างจะดีไหมนะ

#12 By fuxsuxlux on 2005-09-21 16:30