IKDG - ตอนที่ 1 บทที่ 3
posted on 17 Oct 2005 10:20 by ambiguous in christianity, love, translation
ตั้งแต่เด็ก แม่ผมสอนกฎการไปซื้อของชำไว้สองข้อ ข้อแรก อย่าซื้อของตอนกำลังหิว เพราะทุกอย่างจะดูดีไปหมดแล้วเราก็จะซื้อของมามากเกินไป และข้อสอง เลือกรถเข็นให้ดีๆ
ผมทำตามกฎข้อแรกเสมอ แต่ข้อสองมักไม่ค่อยจะสำเร็จ ผมจะเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการเลือกรถสนิมจับที่ส่งเสียงเอี้ยดอ้าด หรือไม่ก็มีล้อที่เสียดสีกันเสียงแหลมทำให้คนประสาทเสียได้เหมือนการขูดเล็บไปบนกระดานดำ
แต่รถเข็นที่แย่ที่สุดที่คุณจะเลือกมาได้ก็คือ จอมเฉ เคยเจอรถเข็นประเภทนี้ไหมครับ มันจะมีความต้องการของมันเอง คุณอยากจะไปตรงๆแต่มันอยากจะเลี้ยวซ้ายไปชนอาหารแมวที่จัดโชว์ไว้ (และแม้คุณจะไม่พอใจและอับอายขนาดไหนก็ตาม มันก็มักจะสำเร็จเสียด้วย!) คนซื้อของที่ได้รถเข็นจอมเฉมาจะไม่มีความสงบสุขเลย ตลอดทางตั้งแต่เลี้ยวโค้งแถวอาหารธัญพืชถึงกลางมุมขายเนื้อ การเลือกซื้อของกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างความต้องการของคนกับของรถเข็น
แล้วทำไมผมจะต้องพูดถึงเรื่องรถเข็นซื้อของในหนังสือที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้วย ผมนึกถึงโชคร้ายที่มาพร้อมกับรถเข็นพวกนี้เพราะหลายครั้งผมพบว่ามันคล้ายกับการต่อสู้กับความต้องการในการเดท ไม่ใช่ระหว่างผมกับผู้หญิงที่ผมเดทด้วยหรอกนะครับ ผมหมายถึงการต่อสู้กับทั้งระบบ จากประสบการณ์ของผมเองและจากการศึกษาพระคำของพระเจ้า ผมพบข้อสรุปว่าการเดททั่วไปของคริสเตียนมักจะกลายเป็นจอมเฉ ความสัมพันธ์ที่อยากจะเฉออกนอกทางที่พระเจ้้าทรงกำหนดไว้ให้เรา
ส่วนหนึ่งของปัญหา
เ่ท่าที่เราเห็นจากสองบทแรก การเดทด้วยตัวของมันเองนั้นไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาในความสัมพันธ์ของเรา คนที่เต็มไปด้วยบาปและความเห็นแก่ตัวคือต้นเหตุของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบาปและความเห็นแก่ตัว ความคิดและค่านิยมผิดๆของเราเองก่อให้เกิดการเดทที่บกพร่อง
แต่ในขณะที่การเดทไม่มีความผิด เราต้องจำไว้ว่าระบบการเดทที่เรารู้จักนั้นเติบโตขึ้นจากวัฒนธรรมที่ยกย่องการเอาตนเองเป็นศูนย์กลางและความไร้ศีลธรรม เหมือนบาร์ขายเหล้าที่ไม่ได้บังคับให้ใครดื่มและไม่ใช่สาเหตุของการเมา บาร์เป็นเพียงสถานที่ที่จัดขึ้นเพื่อให้คนไปดื่มและเมาได้ แม้คุณจะรู้ว่าการกำจัดบาร์จะไม่ลดจำนวนผู้ติดเหล้าและคนที่ไปบาร์ก็ไม่มีปัญหากับการดื่มเหล้าทุกคน คุณก็คงไม่สนับสนุนให้เพื่อนที่พยายามเลิกเหล้าไปเที่ยวที่บาร์ สิ่งแวดล้อมในบาร์มีแต่จะยิ่งส่งเสริมให้เขายอมจำนนต่อสิ่งล่อใจ
ในลักษณะเดียวกัน ระบบการเดทสามารถส่งเสริมความปรารถนาที่ชั่วร้ายในใจเรา การเดทไม่ได้ทำให้เราเป็นบาป และการกำจัดการเดทก็ไม่สามารถแก้ปัญหาความสัมพันธ์ของเราได้ทั้งหมด แต่มันจะเป็นสิ่งที่โง่เขลาหากเราแสร้งทำเป็นว่าการเดทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้เลย
การควบคุมตนเองอย่างเดียวไม่พอ
ครั้งหนึ่งผมเคยฟังศิษยาภิบาลยุวชนพูดเรื่องความรักกับเพศสัมพันธ์ เขาเล่าเรื่องที่น่าสะเทือนใจของเบนกับลิซ่า ทั้งสองเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็งและหลายปีก่อนก็เข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มยุวชนอย่างแข็งขัน การเดทในความสัมพันธ์ของเบนกับลิซ่าเริ่มต้นขึ้นอย่างบริสุทธิ์ใจ ทั้งคู่ไปดูหนังคืนวันศุกร์ด้วยกัน ไปพัทกอล์ฟด้วยกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ทางกายก็ค่อยๆเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขามีเพศสัมพันธ์ หลังจากนั้นไม่นาน เบนกับลิซ่าก็เลิกกันด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ
ศิษยาภิบาลพบทั้งคู่อีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่นของนักเรียนม.ปลาย ลิซ่าแต่งงานแล้วและมีลูก 1 คน ส่วนเบนยังเป็นโสด ทั้งสองต่างมาคุยกับศิษยาภิบาลเล่าเรื่องบาดแผลในใจและความรู้สึกผิดที่มีต่ออดีต
พอเห็นเขา ฉันก็นึกถึงช่วงเวลานั้น ยังจำทุกอย่างได้ชัดเจน ลิซ่าร้องไห้
เบนก็พูดคล้ายๆกัน พอเห็นเธอ ความเจ็บปวดก็กลับมา เขาบอกศิษยาภิบาลยุวชน แผลในใจผมยังไม่หายดี พอศิษยาภิบาลเล่าจบทั้งห้องก็เงียบกริบ พวกเราพากันรอให้เขาบอกวิธีแก้ปัญหา เราเข้าใจเรื่องนี้ได้ดี บางคนอาจเคยพลาดพลั้งแบบเดียวกันหรือได้เห็นความผิดพลาดนี้ในความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ เราอยากได้วิธีที่ดีกว่านี้ เราอยากให้ศิษยาภิบาลบอกว่าควรจะทำอย่างไร
แต่บ่ายวันนั้นเขาไม่พูดอะไรเลย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคิดว่าความผิดพลาดประการเดียวของเบนกับลิซ่าคือการยอมแพ้ต่อสิ่งล่อลวง เขาคิดว่าทั้งสองควรจะเคารพกันและกันมากขึ้นและควบคุมตนเองให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง แม้ศิษยาภิบาลคนนี้จะสนับสนุนผลลัพธ์ที่ต่างกันคือให้เก็บเพศสัมพันธ์ไว้สำหรับการแต่งงาน เขาไม่ได้เสนอวิธีปฏิบัติที่ต่างออกไปเลย
นั่นคือคำตอบหรือ เดินไปบนเส้นทางเดียวกันด้วยความเชื่อและท่าทีแบบเดียวกันกับทุกคนที่พลาดพลั้ง แต่ยังหวังว่าเมื่อถึงนาทีวิกฤตคุณจะยังควบคุมตนเองได้อย่างนั้นหรือ การให้คำแนะนำแบบนี้ก็เหมือนกับส่งคนกับรถเข็นจอมเฉเขาไปในร้านเก็บเครื่องกระเบื้องลายครามที่ล้ำึค่าที่สุดในโลก คุณหวังจะให้คนๆนี้เข็นรถผ่านทางแคบๆเต็มไปด้วยชั้นวางเครื่องกระเบื้องอันบอบบางโดยที่รถเข็นไม่ออกนอกลู่นอกทางเลยได้อย่างนั้นหรือ ไม่มีทาง
แต่นี่คือวิธีที่เราพยายามจะจัดการกับความสัมพันธ์ของเรา เราเห็นความล้มเหลวของคนอื่นๆแต่เราก็ยังไม่ยอมเปลี่ยน รถเข็น แห่งการเดทตามวิถีของโลก เราพยายามจะเดินเป็นเส้นตรงบนทางแคบๆและรับใช้พระเจ้า แต่เราก็ยังคงทำกิจกรรมที่มักดึงเราไปในทางตรงกันข้าม
การเดทที่บกพร่อง
แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ในหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงท่าทีของเราและประเด็นต่างๆของหัวใจที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างเราและผู้อื่น ในบทนี้ผมอยากจะพูดถึงปัญหาในระบบการเดทเอง ไม่ว่าคุณจะหยุดพักการเดทขอบคุณไว้ก่อนหรือไม่ก็ตาม ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่จะช่วยคุณไม่ให้สร้างความสัมพันธ์ที่บกพร่อง
หากเราเดทตามระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน เรามีสิทธิ์ที่จะเฉออกไปเจอปัญหา ความตั้งใจดีนั้นยังไม่พอ เบนกับลิซ่าก็คงมีความตั้งใจดี แต่พวกเขาวางรากฐานความสัมพันธ์บนท่าทีและรูปแบบความรักผิดๆในวัฒนธรรมนี้เช่นเดียวกับคู่รักคริสเตียนจำนวนมาก โชคไม่ดีที่พวกเขายังคงได้รับผลกระทบแม้เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ลักษณะที่บกพร่อง 7 ประการต่อไปนี้เป็น จอมเฉ บางส่วนที่มักพบได้ในความสัมพันธ์ที่มีการเดท บางทีคุณอาจจะเคยทำบางข้อมาแล้ว (ผมมั่นใจว่าผมเคย!)
1. การเดทมักข้ามขั้นตอนการเป็นเพื่อนในความสัมพันธ์ไป
แจ๊คพบลิบบีที่ค่ายเก็บตัวของนักศึกษาที่โบสถ์เป็นผู้จัด ลิบบีเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีและมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับพระเจ้า แจ็คกับลิบบีคุยกันตอนเล่นวอลเลย์และเข้ากันได้ดี แจ็คไม่ได้สนใจจะมีความสัมพันธ์อย่างจริงจังแต่เขาอยากรู้จักลิบบีมากกว่านี้ สองวันหลังค่ายเก็บตัว เขาโทรหาเธอและชวนไปดูหนังด้วยกันช่วงสุดสัปดาห์ เธอตอบตกลง
แจ็คทำถูกหรือเปล่า ถ้าคิดในแง่ที่ว่าเขาชวนสาวไปเดทได้ก็อาจจะถูก แต่ถ้าเขาต้องการจะเป็นแค่เพื่อนเขาผิดแน่ การไปเดทสองต่อสองมักทำให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงผ่านข้ามขั้นตอนการเป็นเพื่อนไปสู่การเป็นแฟนเร็วเกินไป
คุณรู้จักใครที่กังวลเรื่องการเดทกับเพื่อนที่คบกันมานานไหม ถ้ารู้จัก คุณคงเคยได้ยินพวกเขาพูดอะไรทำนองนี้ เขาชวนฉันไปเที่ยว แต่ฉันกลัวว่าความเป็นเพื่อนของเราจะเปลี่ยนไปถ้าเราเดทกันจริงๆ เธอหมายความว่าอย่างไร คนที่พูดแบบนี้ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ยอมรับว่าการเดทก่อให้เกิดความคาดหวังในความรักแบบหนุ่มสาว ในมิตรภาพที่แท้จริงนั้น คุณจะไม่รู้สึกกดดันเมื่อรู้ว่าคุณ ชอบ อีกฝ่ายหรือรู้ว่าเขาหรือเธอก็ ชอบ คุณเช่นกัน คุณมีอิสระที่จะเป็นตัวของตัวเองและทำกิจกรรมร่วมกันได้โดยไม่ต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมงส่องกระจกเพื่อให้มั่นใจว่าคุณดูดีที่สุดแล้ว
C. S. Lewis บรรยายว่ามิตรภาพคือการที่คนสองคนเดินเคียงข้างกันไปสู่จุดหมายเดียวกัน ความสนใจที่ตรงกันผูกพันพวกเขา แจ็คข้ามขั้นตอนนี้โดยการชวนลิบบีไปเดทอย่างไม่มีความคิด กินข้าวดูหนังแบบคนทั่วไปโดยมีความ เป็นคู่ ของพวกเขาเป็นศูนย์กลาง
ในการเดท ความดึงดูดใจมักเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ ข้อเสนอของการเดทคือ ฉันสนใจเธอ ดังนั้นมาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเถอะ ในทางตรงกันข้าม ข้อเสนอของมิตรภาพคือ เราสนใจสิ่งเดียวกัน ให้เราสนุกกับสิ่งที่เราสนใจด้วยกันเถอะ ถ้าความดึงดูดใจเกิดขึ้นหลังความเป็นเพื่อน มันคือรางวัลพิเศษ
ความใกล้ชิดที่ปราศจากการผูกมัดนั้นหลอกลวง ความใกล้ชิดที่ปราศจากมิตรภาพก็ผิวเิผิน ความสัมพันธ์ที่มีพื้นฐานเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกายและความรู้สึกนั้นจะคงอยู่ตราบเท่าที่ความรู้สึกยังคงอยู่เท่านั้น
2. การเดทมักเข้าใจผิดว่าความสัมพันธ์ทางกายคือความรัก
เดฟกับไฮดีไม่ได้ตั้งใจจะมีอะไรกันตั้งแต่เดทแรก ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เดฟไม่ได้ คิดอยู่เรื่องเดียว และไฮดีก็ไม่ใช่ ผู้หญิงอย่างว่า มันเกิดขึ้นเอง ทั้งสองไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันแล้วกลับมาดูวีดีโอที่บ้านไฮดี ขณะดูหนังไฮดีล้อเดฟเรื่องท่าเต้นของเขาที่คอนเสิร์ต เขาเริ่มจั๊กจี้เธอ แล้วการต่อสู้กันเล่นๆก็หยุดลงอย่างกะทันหันเมื่อทั้งสองมองตากันโดยมีเดฟโน้มตัวอยู่เหนือไฮดีบนพื้นห้องนั่งเล่น พวกเขาจูบกัน ทุกอย่างเป็นเหมือนในหนัง ดูเป็นสิ่งที่เหมาะสม
แต่แม้จะรู้สึกว่าถูกต้อง การแสดงออกทางกายเร็วเกินไปก่อให้เกิดความสับสนในความสัมพันธ์ เดฟกับไฮดียังไม่รู้จักกันดีพอแต่พวกเขาก็รู้สึกใกล้ชิดกัน เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินต่อไปทั้งสองไม่สามารถมองอะไรตามความเป็นจริงได้ เมื่อใดก็ตามที่พยายามจะประเมินคุณค่าความสัมพันธ์ พวกเขามักจะคิดถึงความใกล้ชิดและความรู้สึกอันรุนแรงของความสัมพันธ์ทางกายที่มีต่อกัน เห็นได้ชัดเลยว่าเรารักกันมากแค่ไหน ไฮดีคิด แต่พวกเขารักกันจริงหรือ เพียงเพราะริมฝีปากสัมผัสไม่ได้หมายความว่าหัวใจผูกพัน และเพียงร่างกายดึงดูดกันและกันไม่ได้หมายความว่าคนสองคนเหมาะสมกัน เพศสัมพันธ์ไม่ได้เท่ากับความรัก
เมื่อเราคำนึงถึงวัฒนธรรมของเราที่ใช้คำว่าความรักและเพศสัมพันธ์ในความหมายเดียวกันแล้ว เราก็ไม่ควรแปลกใจที่ความสัมพันธ์ที่มีการเดทส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการแสดงออกทางกายและความใกล้ชิดทางเพศสัมพันธ์เป็นรักแท้ น่าเศร้าที่แม้แต่การเดทของคริสเตียนก็มีแนวโน้มจะหลงเชื่อความคิดผิดๆแบบเดียวกัน
เมื่อเราศึกษาขั้นตอนของความสัมพันธ์ทั่วไป เราจะเห็นได้ว่าการเดทส่งเสริมให้เิกิดการแทนที่ความรักด้วยเพศสัมพันธ์ดังนี้ ข้อแรก ดังที่ได้กล่าวแล้วในบทที่สอง การเดทส่วนใหญ่ไม่ต้องการการผูกมัด ดังนั้นการเดทของหลายๆคู่จึงเริ่มขึ้นจากแรงดึงดูดทางกาย ความคิดที่แฝงอยู่คือคุณค่าที่สำคัญที่สุดของคนๆหนึ่งมาจากรูปลักษณ์ภายนอก ร่างกายและด้านเนื้อหนังของความสัมพันธ์นั้นมีความสำคัญตั้งแต่ก่อนที่จะจูบกันจริงๆด้วยซ้ำ
ข้อสอง ความสัมพันธ์มักจะก้าวหน้าไปสู่ความใกล้ชิดอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ เนื่องจากการเดทไม่ต้องการการผูกมัด คนสองคนที่เกี่ยวข้องสามารถปล่อยให้ความต้องการและความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะนั้นเป็นจุดศูนย์กลาง ทั้งสองไม่จำเป็นต้องมองอีกฝ่ายในฐานะที่เขาหรือเธออาจจะเป็นคู่ร่วมชีวิตหรือคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่จะแต่งงาน ในทางกลับกัน พวกเขาปล่อยให้ความต้องการในขณะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ด้วยท่าทีนี้เองความสัมพันธ์ทางกายสามารถเข้ามามีบทบาทอย่างง่ายดาย
โชคร้ายที่หลายๆคู่ประเมินความความจริงจังของความสัมพันธ์ของพวกเขาจากระดับการเกี่ยวข้องกันทางกาย คนสองคนที่เดทกันอยากสัมผัสความรู้สึกที่ว่าตนเองมีความสำคัญต่ออีกฝ่าย และพวกเขาก็สามารถแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมได้ทางร่างกาย พวกเขาเริ่มมีความสัมพันธ์พิเศษเมื่อจูงมือกัน จูบกัน ตามมาด้วยสิ่งอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ หลายคนเชื่อว่าการเดทกับใครสักคนก็คือการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนๆนั้นด้วย
การจดจ่ออยู่ที่เรื่องทางกายเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นบาป พระเจ้าทรงต้องการความสัมพันธ์ทางเพศที่บริสุทธิ์ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพระองค์ทรงบริสุทธิ์และพระองค์ก็ทรงต้องการสิ่งนั้นเพื่อตัวเราเองด้วย การเกี่ยวข้องทางกายสามารถบิดเบือนมุมมองของคนสองคนที่มีต่อกันและกันและนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ฉลาด พระองค์ทรงทราบดีว่าเราจะเก็บความทรงจำเรื่องความสัมพันธ์ทางกายในอดีตไปถึงการแต่งงานของเรา และพระองค์ก็ไม่อยากให้เรามีชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดและเสียใจ
ความสัมพันธ์ทางกายทำให้คนสองคนรู้สึกใกล้ชิดกันได้ แต่ถ้าตรวจสอบจุดศูนย์กลางของการเดทให้ดีแล้ว จะพบว่าสิ่งเดียวที่ทั้งสองฝ่ายมีเหมือนกันก็คือตัณหา
3. การเดทมักแยกคู่รักออกจากความสัมพันธ์อื่นๆที่จำเป็นต่อชีวิต
ขณะที่กาเร็ธกับเจนนีเดทกันนั้น ทั้งสองไม่ต้องการใครอื่น กาเร็ธเลิกไปเรียนพระคัมภีร์คืนวันพุธกับพวกผู้ชายเพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่กับเจนนี เจนนีเองก็ไม่เคยรู้เลยว่าเธอคุยกับแม่และน้องสาวน้อยลงมากแค่ไหนตั้งแต่เดทกับกาเร็ธ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเวลาพูดกับพวกเขาเธอมักจะพูดแต่ กาเร็ธทำอย่างนั้น... และ กาเร็ธพูดอย่างนี้... โดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองตัดตนเองออกจากความสัมพันธ์อื่นๆอย่างโง่เขลาและเห็นแก่ตัว
ตามความหมายของมันแล้ว การเดทคือการที่คนสองคนจดจ่ออยู่ที่กันและกัน โชคร้ายที่ในกรณีของคนส่วนใหญ่ โลกทั้งโลกจะค่อยๆจากหายไปอยู่เบื้องหลัง ถ้าคุณเคยรู้สึกเป็นส่วนเกินเวลาไปไหนมาไหนกับเพื่อนสองคนที่เดทกันอยู่ คุณจะเข้าใจว่ามันจริงแค่ไหน
ในความสัมพันธ์ประเภทที่คู่รักต้องการจะเตรียมตัวแต่งงานกันนั้น การจดจ่ออยู่ที่ความสัมพันธ์เดียวเป็นสิ่งที่ผิด ก่อนจะแต่งงานกับใครทางที่ฉลาดก็คือทำความรู้จักอีกฝ่ายให้ดี และแม้แต่ในความสัมพันธ์ที่จริงจังการแยกตัวออกจากคนอื่นๆก็ยังเป็นเรื่องที่โง่เขลา
สำหรับผู้ที่ไม่พร้อมจะผูกมัด ลักษณะของการเดทที่บกพร่องประเภทนี้อันตรายมาก คริสเตียนต้องระวังให้ดี ทำไมน่ะหรือ เพราะเมื่อเราปล่อยให้ความสัมพันธ์เดียวมาบดบังความสัมพันธ์อื่นๆเราจะสูญเสียความสามารถในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล สุภาษิต 15: 22 สอนว่า ปราศจากการหารือ แผนงานก็ล้มเหลว แต่มีผู้แนะนำมากๆ แผนงานนั้นก็สำเร็จ หากเราตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับชีวิตโดยมีพื้นฐานอยู่บนอิทธิพลของความสัมพันธ์เดียวเท่านั้น เราก็คงตัดสินใจได้ไม่ดีนัก
แน่นอนว่าเราสามารถผิดพลาดแบบนั้นได้กับความสัมพันธ์ประเภทอื่นๆที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาว แต่เราก็พบปัญหาในความสัมพันธ์ที่มีการเดทมากกว่าเพราะมันเกี่ยวข้องกับหัวใจและความรู้สึกของเรา และเพราะการเดทมุ่งเน้นที่แผนกการของคู่รัก แผนการใหญ่ที่การแต่งงาน ครอบครัว และความเชื่อทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบด้วย
และหากคนสองคนไม่ได้กำหนดระดับการผูกมัดที่มีต่อกัน พวกเขาจะเผชิญกับความเสี่ยงแน่นอน คุณจะอยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคงหากคุณแยกตัวออกจากคนที่รักและสนับสนุนคุณเพียงเพราะคุณกระโจนลงไปสู่ความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาวที่ปราศจากการผูกมัดอย่างเต็มใจ ใน Passion and Purity อลิซาเบธ อิลเลียตกล่าวว่า หากผู้ชายไม่ได้เตรียมตัวจะขอผู้หญิงมาเป็นภรรยา เขามีสิทธิ์อะไรที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเธอ และหากผู้หญิงยังไม่ได้รับคำขอแต่่งงานจากผู้ชาย เธอจะสนใจเขาเป็นพิเศษทำไม มีสักกี่คนที่เลิกกับแฟนแล้วพบว่าความสัมพันธ์อื่นๆได้ถูกทำลาย
เมื่อกาเร็ธกับเจนนีต่างตัดสินใจจะเลิกเดท ทั้งสองแปลกใจที่พบว่ามิตรภาพอยู่ในสภาพที่ร่อแร่เต็มที ไม่ใช่ว่าเพื่อนๆเกลียดทั้งสองคน แต่พวกเขาแทบจะไม่รู้กาเร็ธกับเจนนีแล้ว ทั้งสองไม่ได้ใช้เวลาหรือพยายามจะรักษามิตรภาพไว้ขณะที่จดจ่ออยู่กับการเดทของตน
คุณอาจจะเคยทำแบบเดียวกันหรือคุณอาจจะรู้ดีถึงความเจ็บปวดและความผิดหวังเมื่อถูกทอดทิ้งโดยเพื่อนที่แก่แฟนมากกว่า การเดทมักคาดหวังความสนใจเป็นพิเศษซึ่งมักแยกคู่รักออกจากเพื่อนๆที่รักพวกเขามากที่สุด จากสมาชิกในครอบครัวที่รู้จักพวกเขาดีที่สุด และที่น่าเศร้าที่สุด จากพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีความสำคัญเหนือความสนใจในความความรักแบบหนุ่มสาวมากมายนัก
4. การเดทสามารถทำให้ยุวชนไขว้เขวจากความรับผิดชอบในเบื้องต้นและการเตรียมตัวสำหรับอนาคต
เราไม่อาจมีชีวิตอยู่โดยคิดถึงแต่อนาคต แต่การละเลยหน้าที่ในปัจจุบันจะทำให้เราขาดคุณสมบัติสำหรับความรับผิดชอบในอนาคต การไขว้เขวไปเพราะความรักอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเท่าใดนัก นอกเสียจากว่าพระเจ้าทรงมีประสงค์อื่นสำหรับคุณ
ลักษณะที่แย่ที่สุดอย่างหนึ่งของการเดทก็คือมันดึงยุวชนออกจากการพัฒนาความสามารถและความชำนาญที่พระเจ้าทรงมอบให้ แทนที่จะรับใช้ในโบสถ์ท้องถิ่น แทนที่จะเตรียมตัวสร้างลักษณะนิสัยที่ดี ศึกษาหาความรู้ และหาประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับชีวิต หลายๆคนปล่อยให้ตนเองถูกครอบงำโดยความต้องการที่เกิดขึ้นชั่วขณะซึ่งการเดทให้ความสำคัญสูงสุด
คริสโตเฟอร์กับสเตฟานีเริ่มเดทกันตอนทั้งคู่อายุ 15 ในหลายๆแง่มุม พวกเขาเป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ที่ดี พวกเขาไม่มีการเกี่ยวข้องกันทางกาย และเมื่อเลิกกันหลังคบกันสองปีก็ยังคงเป็นเพื่อนกันได้ ถ้าอย่างนั้นจะมีอะไรเสียหาย มันก็จริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้ก่อปัญหา แต่เราจะเห็นปัญหาหากเราคิดให้ดีว่าคริสโตเฟอร์กับสเตฟานีควรทำอะไรแทนที่จะเดท การรักษาความสัมพันธ์นั้นอาศัยเวลาและพลังงาน ทั้งสองใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆพูดถึง เขียนถึง คิดถึง รวมทั้งวิตกกังวลเกี่ยวกัับความสัมพันธ์ของพวกเขา พวกเขาสูญเสียพลังงานที่ควรจะเอาไปทำอย่างอื่น สำหรับคริสโตเฟอร์ ความสัมพันธ์นี้ทำให้เขาขาดความกระตือรือร้นที่มีต่อคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งซึ่งเป็นงานอดิเรกที่เขาสนใจและการเข้่าร่วมวงดนตรีนมัสการที่โบสถ์ สำหรับสเตฟานีก็ไม่ต่างกัน เธอปฏิเสธโอกาสที่จะไปประกาศระยะสั้นหลายครั้งเพราะไม่อยากห่างจากเขา ความสัมพันธ์นั้นกินเวลาที่พวกเขาควรจะเอาไปใช้พัฒนาความสามารถและมองหาโอกาสที่จะทำอะไรใหม่ๆ
การเดทอาจช่วยให้คุณเป็นแฟนที่ดี แต่นั่นเป็นความสามารถที่เราต้องการในการแต่งงานหรือ แม้คุณจะเดทกับคนที่คุณจะแต่งงานด้วยในอนาคต การพยายามจะเป็นแฟนที่ดีอาจเป็นอุปสรรคต่อการเป็นสามีหรือภรรยาที่ดีที่อีกฝ่ายต้องการในอนาคตด้วยซ้ำ
5. การเดททำให้เราสูญเสียของขวัญแห่งความโสดจากพระเจ้า
ในวันเกิดครบ 3 ขวบของน้องชายของผม เขาได้จักรยานสีน้ำเงินสวยมาก ใหม่เอี่่ยม ติดธง ติดล้อเสริมสำหรับหัดขี่ พร้อมที่กันกระแทก ผมไม่คิดว่าเขาจะสามารถหาจักรยานคันแรกที่ดีกว่านี้ได้อีกแล้วและรอให้เขาเห็นของขวัญชิ้นนี้แทบไม่ไหว
แต่น้องชายผู้ผิดหวังของผมไม่ได้ประทับใจเลย พอพ่อดึงจักรยานออกจากกล่องกระดาษลังใบใหญ่ เขามองมันอยู่ครู่หนึ่ง ยิ้ม แล้วก็หันไปเล่นกับกล่องกระดาษแทน พวกเราใช้เวลาสองสามวันกว่าจะอธิบายให้เขาเข้าใจได้ว่าของขวัญจริงๆนั้นคือจักรยานต่างหาก
ผมอดคิดไม่ได้ว่าพระเจ้าคงจะมองความหลงใหลของเราในการเดทระยะสั้นเหมือนกับที่ผมมองความสนใจของน้องชายที่มีต่อกล่องกระดาษอันไร้ค่า การเดทที่ปราศจากการอุทิศตนไม่ใช่ของขวัญ! พระองค์ทรงมอบความโสดให้แก่เรา เหตุผลที่ชีวิตของเรายังไร้พันธะก็เพื่อโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะเติบโต เรียนรู้ และรับใช้ แต่พวกเราคิดเพียงว่ามันคือช่วงเวลาที่จะจมอยู่กับการตามหาแฟนและการมีแฟน แต่เราจะไม่ได้พบความงดงามที่แท้จริงของความโสดโดยไล่ตามความรักกับคนมากหน้าหลายตาอย่างที่เราต้องการ เราจะเห็นความงดงามที่แท้จริงโดยใช้อิสรภาพของเราเพื่อรับใช้ผู้อื่นอย่างมุ่งมั่น
การเดทเพื่อความบันเทิงไม่ได้ทำให้เราพึงพอใจ เพราะมันสนับสนุนให้ใช้อิสรภาพในทางที่ผิด พระเจ้าทรงบรรจุความต้องการที่จะมีคู่ชีวิตไว้ในใจคนส่วนใหญ่ แม้เราจะไม่ได้ทำบาปเมื่อตั้งตารอการแต่งงาน เราก็อาจจะทำบาปในแง่ว่าที่เราไม่ได้ใช้ความเป็นโสดอย่างคุ้มค่าและปล่อยให้ความต้องการต่อสิ่งที่พระองค์ยังไม่ได้ให้เรามาขโมยความชื่นชมและความสุขต่อสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้แล้ว การเดทมีบทบาทในการสร้างความไม่พอใจในใจเราเพราะมันทำให้คนโสดมีีความใกล้ชิดเพียงเพื่อจะได้โหยหามันมากขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะพอใจกับคุณสมบัติพิเศษของคนโสด การเดททำให้คนมุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่พวกเขาไม่มี
6. การเดทสามารถสร้างสถานการณ์เทียมสำหรับประเมินลักษณะนิสัยของผู้อื่น
แม้การเดทส่วนใหญ่ไม่ได้นำไปสู่การแต่งงาน บางครั้ง โดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่มีอายุ มันก็เกิดขึ้นเพราะความต้องการจะแต่งงาน คนที่ตั้งใจจะมองหาคู่ชีวิตต้องเข้าใจว่าการเดททั่วไปนั้นจริงๆแล้วเป็นอุปสรรคต่อขั้นตอนนี้ การเดทสร้างสถานการณ์เทียมให้คนสองคนแสดงต่อกัน ผลก็คือภาพที่ถูกสร้างขึ้นของแต่ละคนก็จะเทียมเท็จพอๆกัน
ที่ลานจอดรถที่บ้านผมมีห่วงบาสเก็ตบอลที่ปรับระดับความสูงได้ ถ้าผมลดมันลงจากระดับมาตรฐานสามฟุต ผมก็จะดูเหมือนนักเบสบอลเก่งๆได้ไม่ยาก การโยนลูกเข้าห่วงนั้นง่ายเหมือนปอกกล้วย ผมสามารถเลี้ยงลูกไปรอบๆและโยนลงทุกครั้ง แต่ถ้าผมอยู่ในสนามจริงกับห่วงที่สูงสิบฟุต ผมก็กลับไปเป็นแค่ผู้ชายเตี้ยๆที่กระโดดไม่ได้คนเดิม
ในทำนองเดียวกัน การเดทก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมเทียมซึ่งคนไม่จำเป็นจะต้องแสดงลักษณะนิสัยที่ดีหรือไม่ดีออกมาอย่างแท้จริง ในการเดทคนสามารถหว่านเสน่ห์ทำคะแนนในใจอีกฝ่ายได้ เขาขับรถหรูและจ่ายเงินสำหรับทุกอย่างส่วนเธอก็ดูดี แต่ใครจะสน การเดทที่สนุกไม่ได้แสดงอะไรเกี่ยวลักษณะนิสัยของคนหรือความสามารถที่จะเป็นสามีหรือภรรยาที่ดีได้เลย
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การเดทเป็นเรื่องสนุกก็คือมันทำให้เราได้พักจากความเป็นจริง และด้วยเหตุนี้ผมวางแผนจะเดทกับภรรยาให้เป็นนิสัย หลังการแต่งงานคุณต้องหาเวลาพักจากความเครียดที่เกิดจากหน้าที่การงานและลูกๆบ้าง คุณต้องมีเวลาหยุดบ้างเป็นครั้งคราว แต่คนสองคนที่กำลังคิดจะแต่งงานไม่ควรทำอะไรเพื่อความสนุกในการเดทเพียงอย่างเดียว เป้าหมายของพวกเขาไม่ควรจะเป็นการหนีความจริง พวกเขาต้องการความจริงเพียงอย่างเดียวเลยด้วยซ้ำ! พวกเขาควรจะเห็นกันและกันในสถานการณ์จริงที่ประกอบด้วยครอบครัวและเพื่อนๆ พวกเขาควรจะเห็นกันและกันรับใช้และทำงานร่วมกับผู้อื่น เขาปฏิบัติตัวอย่างไรต่อคนที่รู้จักเขาดีที่สุด เธอตอบสนองอย่างไรเมื่อมีอะไรผิดพลาด เมื่อคิดถึงคู่ชีวิตในอนาคต เราต้องการคำตอบของคำถามประเภทนี้ คำถามที่การเดทไม่ได้ตอบ
7. การเดทมักเป็นจุดจบในตัวของมันเอง
ผมเคยคุยกับมาร์ตี ผู้ชายอายุประมาณ 25 ผู้เล่าให้ผมฟังอย่างกระตือรือร้นเรื่องแฟนของเขาชื่อแคลร์ ทั้งสองคบกันมา 4 ปีแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่วิเศษสุด เขาบอก และพวกเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก
เห็นว่าพวกเขาคบกันมานานขนาดนี้แล้ว ผมเดาเอาเองว่าคงจะหมั้นกันเร็วๆนี้ เลยถามว่า พวกคุณคิดจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ล่ะ
มาร์ตีตกใจที่ได้ยินผมพูดถึงการแต่งงาน แล้วก็รีบถอยหลังกลับทันที เอ่อ พวกเราก็แค่เดทกันน่ะ เขาตะกุกตะกัก มันไม่ได้หมายความว่า... เอ่อ ผมไม่รู้ว่าผมอยากจะแต่งงานกับเธอรึเปล่า
ผมไม่ได้จะสนับสนุนให้ใครแต่งงานกันเพียงเพราะคบกันมานานแล้ว แต่ผมสงสัยว่าก่อนจะตัดสินใจมาร์ตียังต้องเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับแคลร์อีกทั้งๆที่คบกันมา 4 ปีแล้ว ผมคิดว่า เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ส่วนมากในปัจจุบัน มาร์ตีกับแคลร์ติดอยู่ในภาวะที่ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปซึ่งผมเรียกว่า การเดทลืม แทนที่การเดทจะทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างมิตรภาพและการแต่งงาน มันกลายเป็นจุดหมายในตัวของมันเอง มันไม่ใช่จุดจบแต่ก็ไม่ได้ก้าวหน้าไม่ไหน
คนโสดที่เริ่มชินกับการเดทลืมมักจะสลัดมันทิ้งได้ยาก ก็มันสบายออก! พวกเขาได้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ในการเดททั้งทางใจและอาจจะทางกายด้วยแบบเดียวกับในการแต่งงาน หลายคน (โดยเฉพาะผู้ชาย) คิดว่ามันไม่คุ้มค่าเลยที่จะผูกมัดตัวเองด้วยการแต่งงาน
สำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่พร้อมจะแต่งงาน การเดทและลักษณะนิสัยที่มันสนับสนุนนั้นไม่มีประโยชน์เลย แม้จะดูเหมือนมีเป้าหมาย จริงๆแล้วคุณก็แค่ตกอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์ระยะสั้นเท่านั้นเอง
นิสัยเก่าแก้ยาก
คุณเห็นลักษณะเหล่านี้ในชีวิตบ้างไหม การเดทบางส่วนอาจไม่ได้บกพร่องแบบนี้ แต่ผมก็หวังว่าคุณจะเข้าใจว่าปัญหาทั้งหมดในการเดทไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการ เดทให้ถูกวิธี เท่านั้น ผมเชื่อว่าแนวโน้มที่จะเฉออกนอกทางของการเดทนั้นจะไม่หายไปเพียงเพราะคริสเตียนเป็นคนบังคับ แม้แต่คริสเตียนที่สามารถหลบหลีกกับดักใหญ่ๆเช่น เพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานและการเลิกกันอย่างเจ็บปวด ก็ยังเสียพลังงานไปมากกับการต่อสู้กับสิ่งล่อลวง
ถ้าคุณเดท ทั้งหมดนี้อาจเป็นเรื่องที่คุณคุ้นเคย ผมคิดว่าพวกเรามองความสัมพันธ์ผ่านแนวคิดและค่านิยมของโลกมานานเกินไปแล้ว และถ้าคุณลองแล้ว คุณก็คงเห็นด้วยกับผมว่ามันไม่ได้ผล อย่าเสียเวลาต่อสู้กับรถเข็นจอมเฉแห่งการเดทอีกต่อไปเลย ถึงเวลาต้องเปลี่ยนท่าทีใหม่แล้ว
จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้อ่านหนังสือที่มุกแปลเลยนะครับ ไว้มีเวลาคงได้อ่านครับ
ภาพที่สวนเบญจกิติ สวยมากเลยครับ ผมยังไม่เคยไปเลย เคยแต่ผ่านๆ ไปเท่านั้นครับ งานหนังสือปีนี้ก็เหมือนกัน คงต้องรอไว้คราวหน้าแล้วหล่ะมั่ง จบไปแล้วนี่ครับ
#1 By * ~ หัวใจเดินทาง ~ * on 2005-10-17 10:37