สืบเนื่องมาจากคราวนั้น

อยากจะพูดถึงมุมมองของตัวเองบ้าง

หลายๆคนแม้จะเชื่อว่ามีพระเจ้าก็ไม่เชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นเรื่องจริง เรื่องใหญ่ๆเลยก็จะเป็นการสร้างโลก เนื่องจากในโรงเรียนทั่วๆไปจะเค้าจะสอนว่าโลกเกิดขึ้นเองจากการชนกันของดาว จากการระเบิด หรือบังเอิญว่ามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นมา นอกจากนี้ถ้าเป็นจากพระคัมภีร์ใหม่ก็จะเป็นเรื่องพระเยซู พระองค์เป็นพระเจ้าจริงมั้ย สิ้นพระชนม์แล้วฟื้นขึ้นมาใหม่จริงมั้ย ฯลฯ

ถ้าคิดว่าพระคัมภีร์มีส่วนที่เป็นเรื่องไม่จริง ก็คงยากที่จะเชื่อส่วนอื่นๆ ไม่ว่ามันจะดูน่าเชื่อถือขนาดไหนก็ตาม

การพิสูจน์ว่าพระคัมภีร์เป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้นมีมานานมากแล้ว แต่ผลงานการศึกษาทั้งหลายมันมาไม่ค่อยจะถึงคนทั่วไปเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าพูดลงรายละเอียดจริงๆก็คงเขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆ เราเองเคยฟังสัมมนาเรื่องนี้ที่อเมริกาซึ่งก็ฟังกันเป็นวันๆเหมือนกัน จะให้อธิบายทั้งหมดก็คงทำไม่ได้อีก

สุดท้ายแล้วก็อยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคนนั่นแหละ

ผู้เชื่อใหม่ (คนที่เพิ่งเป็นคริสเตียน) คนนึงบอกว่า ความเชื่อของเค้าเริ่มต้นที่ "ความอยากเชื่อ" คืออยากเชื่อว่ามีพระเจ้าก็เลยลองมาหาพระเจ้าดู

เป็นคำตอบที่น่าสนใจนะ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอย่างเดียวหรอก

เพราะมันขึ้นอยู่กับพระเจ้าด้วย

พระเจ้าเรียกแต่ละคนไม่เหมือนกัน ตอนที่เรารับเชื่อเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้วน่ะ เรายังไม่ได้เชื่อเลยสักนิด ที่รับเชื่อไปนี่เหมือนโดนมัดมือชก เรามั่นใจเลยว่าถ้าตอนนั้นเราเลือกได้ เราไม่เลือกพระเจ้าแน่นอน

แต่พระเจ้าเป็นคนเลือกเรา

พี่คนนึงบอกว่า เราบอกไม่ได้แน่นอนหรอกว่าเราเชื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตอนนั้นมันเหมือนไม่มีทางอื่นแล้ว แม้จะไม่เชื่อเราก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์เลือกนั่นแหละ

เพราะฉะนั้น มันไม่เกี่ยวกับความรู้หรอก อจ.เราเองหลายคนศึกษาพระคัมภีร์มารู้เรื่องดีกว่าคริสเตียนบางคนอีก ทั้งเบื้องหลัง ประวัตฺศาสตร์อะไรรู้หมด แต่เค้าก็ไม่เชื่อ คนนึงมีพ่อเป็นคริสเตียนด้วยซ้ำ เค้ายังไม่มีวี่แววจะเชื่อ

เค้าเคยบอกว่า ถ้าพระเยซูมีจริง พระองค์ก็ไม่ให้ครูตกนรกหรอก เพราะพระองค์ก็ต้องรู้ว่าครูเป็นคนยังไง
อจ.เป็นดีจริงค่ะ เป็นคนที่เข้าใจโลก เข้าใจนักเรียน เห็นอกเห็นใจคนอื่น คอยช่วยเหลือคนอื่น

แต่... การกระทำเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เรารอด

เพราะไม่มีใครสามารถเป็นคนดีสมบูรณ์แบบได้

ถ้าคิดจะเชื่อ อธิษฐานขอสติปัญญาและความเข้าใจจากพระเจ้าค่ะ
พระองค์จะประทานให้คุณแน่นอน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืม ถูก..เรกาคิดอะไรทำนองเนี้ยแหล่ะ

และเราก็อยากจะเข้าใจให้มากขึ้น...

ถึงจะไม่ได้นับถือก็ตาม..

#1 By ^-ใบเตย-^ on 2005-11-02 20:50

นัทเชื่อนะ
แต่นัทไม่เคยขออะไรจากพระเจ้าเลย

((แต่ชอบขอกับศาลพระภูมิ อิอิ))

#2 By Na - th (นัท) on 2005-11-02 20:56

เป็นงั้นไป

#3 By มุก on 2005-11-02 21:00

มีเพื่อนเป็นคริสเตียนหลายคนเหมือนกัน
บางคนก็เพิ่งจะเป็น ไม่ได้เป็นตั้งแต่แรก
จากที่คุยกันเค้ารับเข้ามาเพราะเชื่อในพระเจ้ามากๆเลย
ก็ดีแล้วล่ะ เหมือนกับว่าเค้าได้เจอเส้นทางของตัวเอง
ดูแล้วเค้ามีความสุขขึ้นเยอะเลย จากที่เห็นนะ
ก็คงเพราะพระเจ้าเลือกเค้านั่นแหละ

#4 By Life Goes On on 2005-11-02 21:36

เชื่อเรื่องพระเจ้า
แต่ไม่คิดว่าเค้าจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง

จะดีจะเลว ไงๆก็ขึ้นอยู่กับเรา

แนวคิดเดียวที่ไม่ชอบเกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
คือที่เค้าบอกว่า
ถ้าไม่นับถือศาสนาเค้าแล้ว จะไม่ได้ขึ้นสวรรค์(แน่นอนว่าต้องลงนรกแหงมๆ)

#5 By ~Trigger~ on 2005-11-02 21:53

เป็นที่ยึดเหนี่ยวก็ดีแล้วคะ
ไม่สำคัญว่าจริงไม่จริงสำหรับเรา

อยู่ที่ใจ

#6 By simplified on 2005-11-02 23:48

อยู่ที่การตัดสินใจ เท่านั้นเอง

#7 By sea~of~love on 2005-11-03 02:34

ต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เราตั้งอยู่บนความมีสติ ไม่ประมาท และเป็นคนดีนะครับ
เอ่อ ขอถามหน่อยนะคะ
พี่นับถือ คริสต์ เหรอคะ

#9 By i a m n e e * on 2005-11-03 14:39

อันนี้เห็นด้วยนะ พระเจ้ารู้จักแกะของพระองค์ และแกะก็ย่อมฟังเสียงนายของมันแล้วเดินตามเสียงนั้น....

#10 By Nu on 2005-11-03 15:28

อืม ก้อแล้วแต่คนอะนะว่าจาเลือกเชื่อแบบไหน

#11 By ~※nocturnal_[Mi-ra-ge]※~ on 2005-11-03 18:35

ความเชื่อเป็นสิ่งดีหากเชื่อในทางที่ดี มีเพื่อนเป็นคริสเตียน เค้าเป็นคนที่ดีและน่ารักมาก ..

#12 By เบนจี้ on 2005-11-09 10:32