review: The Da Vinci Code

posted on 20 May 2006 12:23 by ambiguous  in review

ไม่ได้อ่านหนังสือนะคะ
แต่ไปฟังสัมมนามาแล้วว่ามันจะพูดถึงประเด็นไหนบ้าง

ออกจากแปลกใจนิดหน่อยว่าประเด็นศาสนาที่กลัวกันหนักหนานั่นออกมาไม่ชัดเจนเท่าที่คิดไว้ รายละเอียดหลายๆอย่างน้อยมากจนรู้สึกเหมือนมีช่องโหว่เต็มไปหมด บางตอนเราก็ว่ามันไม่จำเป็นเลย อย่างตอนทรมานตนเองที่มีตั้ง 2 ครั้งหรือตอนย้อนอดีตหลายๆตอน รู้สึกว่าตัดไปก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหน แถมมีตอนฮาๆ เช่นตอนพูดเรื่องตรวจดีเอ็นเอ หรือตอนนางเอกพยายามเดินบนน้ำ ซึ่งดิฉันว่าตอนหลังนี่ลบหลู่กันเห็นๆแบบไม่สุภาพและไม่จำเป็นเลยด้วย

ในหนังสือคงดีกว่านี้ คนทำหนังจะจงใจให้มันเป็นแบบนี้รึเปล่าก็ไม่รู้
ยิ่งถ้าไม่เคยอ่าน แค่ดูให้รู้เรื่องนี่ก็เหนื่อยแล้วค่ะ ไม่มีเวลามาสงสัยเรื่องความเชื่ออะไรทั้งสิ้น

สรุปว่าไม่สนุก

แต่เมื่อคืนคนแน่นโรงเชียวแหละ คิดว่าหลังเรื่องเซ็นเซอร์ที่ผ่านมา คนที่สนใจอยากดู (ให้รู้ว่ามันเป็นปัญหาอะไรกันแน่) คงจะมีเยอะขึ้น ก็อาจจะดีไปอีกแบบที่คริสเตียนจะมีโอกาสให้ข้อมูลเรื่องนี้มากขึ้นด้วย

แต่โดยส่วนตัวแล้วดิฉันนายแดน บราวน์คงจะเจอปัญหาไปอีกนาน
(เค้าฟ้องเรื่องลอกเลียนกันจบยังอ่ะ)

ให้ลิงค์นี้ไปอ่านเพิ่มค่ะ


edit @ 2006/05/20 13:10:54

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านหนังสือน่าจะดีกว่านะ

อ่อส่วนกรีนสปอตพอดีชอบอะไรแนวๆเลยเติมชื่อมันเข้าไปแบบนั้นจ้า

#1 By กัสจัง on 2006-05-20 12:54

เอ๊า

อ่านแบบนี้แล้วกลัวไม่รู้เรื่องจังเลยแฮะ

วันนี้ว่าจะไปดูกับสาวซะหน่อย ฮ่าห์

#2 By fuxsuxlux on 2006-05-20 15:32

ข้อสำคัญคือฉันว่าผกก.ไม่เก่งค่ะ *ผึง* (อีกประการนี่สงสัยเพราะอากิว่า โกลด์สแมนแกรั่วอย่างแรง เอิ้ก เอามือเขียนบทดราม่ามาเขียนแนวระทึกตื่นเต้ลลลอย่างงี้มันจะไปเกิดได้ไงหล่า...)

ประการด่านหนึ่งที่ทำให้ Da Vinci Code ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองขนาดนี้ไม่ใช่เพราะเล่นกับ "เรื่องนั้น" หรอกค่ะ ก่อนหน้าแดน บราวน์ยี่สิบกว่าปี มีคนเขาเขียนถึงเรื่องพรรค์นี้กันมาแล้ววว (ลูอิส พราดิวยังออกมาฟ้องร้องเหย็งๆเลยว่าแดน บราวน์เลียนแบบนิยายของเขาสองเรื่องถ้วนคือ The Da Vinci Legacy และ The Daughter of God ค่ะ ซึ่งเรื่องหลังนี่...ประหนึ่งเป็นพี่สาวที่พลัดพรากจากกันไปนานของ Da Vinci Code เลยเชียว แต่ฉันอ่านแล้วคิดว่าไม่หรอกนะ ทั้งนายเบ๋าทั้งป้าดูก็ก๊อปๆข้อมูลชาวบ้านเขามาอีกทีเหมือนกันค่ะ สรุปว่าเขียนเปเปอร์เรื่องเดียวกันและเอา source มาจากแหล่งเดียวกัน)

แต่ก่อนหน้านี้มันไม่เกิดเป็นปรากฎการณ์อย่างบ้าระห่ำเท่านี้ค่ะ เพราะตัว source เอง (อาทิ Templar Revelation และ Holy Blood, Holy Grail อันอื้อฉาววว...) มันเขียนในเชิง academic เล็กๆ ดราม่าหน่อยๆ น่ารำคาญเป็นกระสัย แทงกั๊กอยู่นั่นแหละ (ใส่อารมณ์มากไปหน่อย ขออภัยค่ะ ความโมโหส่วนตัว อุตส่าห์บ้าจี้นั่งอ่านอยู่ตั้งนาน ) ไม่อาจเข้าถึงคนส่วนใหญ่โดยทั่วไปได้ (แม้ว่าพอดาวินชี โค้ดดังแล้ว คนจะออกมายืนยันว่าสมัยนั้น หนังสือทฤษฎีสมคบคิดนี้ด๊างงงดังจริงๆนะก็เหอะ มันไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างซะหน่อย) ส่วนคุณป้าดูแกก็เขียนหนังสือได้ไม่เปรี้ยวเลยค่ะ คนอ่านเป็นเซ็ง สรุปว่ามันก็เลยไม่ controversial มากนัก เพราะมันไม่ดังนั่นเอง

ปล. ใครชมว่าแดน บราวน์เขียนหนังสือดีล่ะก็ ดิฉันเถียงขาดใจ เขาเขียนสนุกโดยคำนึงถึง "ตลาด" ต่างหาก...

#3 By vendetta on 2006-05-20 18:18

- อ้อ ในหนังสือ นางเอกฉลาดกว่านี้ค่ะ และไม่ได้พยายามยัดเยียดตำแหน่งพระธิดาให้มากเท่านี้ อันนี้ฉันว่าคนทำหนังพลาดอย่างรุนแรง

- แต่นิยายเรื่องดา วินชี โค้ดมันมันส์มากจริงๆนะคะ โม้สะบัด 90 หน่วย โอเวอร์มหาเฮงเกินบรรยายอีก 99 หน่วย structure ของเรื่องอ่อนปวกเปียก ความงามของภาษาได้ 0 แต่อ่านได้สนุกเป็นบ้าเลยค่ะ ยังคงยืนยันว่า "น่าอ่าน" ค่ะ (ถ้าคุณจขบ.มีเวลาว่างและมีอารมณ์) เป็น Guilty Pleasure อย่างนึง กร๊ากก

- เพราะ Da Vinci Code คนจึงหันมาสนใจเลโอนาร์โดกับประวัติศาสตร์กันมากขึ้น (หน่อยนึง...นะ ถึงจะเพี้ยนๆไปมั่งก็เหอะ) ก็นับว่าเป็นเรื่องดีค่ะ

- ไม่รู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัวค่ะ จึงมองและตระหนักถึงเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆในฐานะของไทยมุงเท่านั้น

#4 By vendetta on 2006-05-20 18:29

ก็นะ ดูตัวอย่างหนัง ก็คิดว่าไม่สนุกอ่ะค่ะ
แต่ไม่เคยอ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ

อยากดู ซุปเปอร์แมน กับ เอ็กซ์เม็นมากกว่า

#5 By Na - th (นัท) on 2006-05-20 21:34

อ่า~นิกอ่านค่ะ...เป็นเรื่องที่ต้องอ่านอย่างละเอียดมากๆๆๆ
เนื้อหาเข้าใจยากด้วยค่ะ~เนื่องจากนิกไม่ค่อยจะทราบเกี่ยวกับการถอดโค้ด
...โดยส่วนตัวนิกว่า 'หนังก็คือหนัง อย่าเพิ่งเอามาใช้ทั้งหมด ต้องลองดูอย่างถี่ถ้วน' อ่ะค่ะ~ให้เลือกในสิ่งที่คิดว่าถูก&เหมาะสมที่สุด

อืม..ม.. - -" จะว่าไปแล้ว..ยิ่งเซ็นเซ่อร์ก็ยิ่งอยากทำให้ดูเพิ่มมากขึ้นอีกอ่ะ
เผลอๆเป็นการโฆษณาหนังเรื่องนี้โดยทางอ้อมก็ว่าได้นะค่ะ ^ ^

#6 By nickie on 2006-05-21 01:08

อืมมม ผมว่ามันตัดรายละเอียดจากหนังสือไป "เยอะ" พอสมควรเลยทีเดียวเพราะรูปจริงๆแล้วมันมีอีกหลายรูปเลยที่เอามาอ้าง เลยทำให้บางคนที่ไม่ได้อ่านอาจจะงงนิดหน่อย สุดท้ายแล้ว "ประวัติศาสตร์" มันก็ขึ้นอยู่กับคนบันทึกนี่นะ ขนาดพงศาวดารพม่ายังอ้างว่าไม่มียุทธหัตถีเลย (อ้าวหลงประเด็นแล้วนั่น 555)

#7 By [Diablo]Amezon'Poori on 2006-05-21 07:22

อยากดูค่ะ

แต่ไม่มีคนพาไปดู...เฮ้อ..ไปดูคนเดียวก็ไม่ชอบเสียด้วยสิ..

#8 By Hongfha on 2006-05-21 18:58

ยังไม่ได้ดูเลยครับ
แต่คิดว่าคงไม่ดูดีกว่า
ไม่ชอบหนังที่เข้าไปดูแล้วต้องมีอะไรคาใจ หรือขัดแย้งอยู่ลึกๆ

ดูSilent Hillดีก่า...

#9 By hodecore on 2006-05-21 22:39

อ่านแล้วก็อยากจะดูว่าจะยังไง
แต่เพื่อนที่ไม่เคยอ่านก็บอกโอเคนะคะ
ต้องลองค่ะ
อยากดูมาก

#10 By simplified on 2006-05-22 01:05

อยากอ่านหนังสือเหมือนกัน
มันก้อเปนเรื่องน่าคิดเหมือนกันนะ
แต่ก้อยังไม่ได้ทั้งอ่านหนังสือแล้วก้อดูหนังเลยอ่ะ

#12 By ~※nocturnal_[Mi-ra-ge]※~ on 2006-05-22 19:28