เงิน

posted on 23 Jul 2006 22:38 by ambiguous  in christianity

แต่ก่อนไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงิน ไม่เคยถึงขนาดไม่มีกินน่ะ

จนเมื่อเร็วๆนี้...
เนื่องจากทำงานแล้วไม่ได้ขอเงินที่บ้านอีก ไม่กล้าขอค่ะ เพราะแม่ไม่อยากให้ทำที่นี่สักเท่าไหร่อย่างที่รู้ๆกัน
ทีนี้ตอนแรกคาดว่าจะบรรจุตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ปรากฏว่าทำเรื่องไม่ทันก็เลยได้เงินเป็นรายวันแทน (ซึ่งก็น้อยกว่าเงินเดือนเยอะแหละนะ) แล้วก็ไม่รู้คิดยังไง ไปเปิดอีกบัญชีเพื่อฝากประจำ

จนกรอบสิคะ

เสาร์ที่แล้วเหลือเงินอยู่ประมาณ 500
ต้องไปรับชุดครุยและจ่ายค่ามัดจำพันนึง แต่ตั้งใจไว้แล้วตั้งแต่แรกว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับรับปริญญาเนี่ยจะให้แม่จ่าย ถือว่าเป็นครั้งสุดท้าย (คิดได้ไงเนี่ย) ก็เลยขอแม่พันนึงเป็นค่ามัดจำ แม่ให้มาสามพัน บอกว่าให้ล่วงหน้าไว้เผื่อค่าโรงแรมด้วย

คืนวันจันทร์ อยู่ๆแม่ก็เรียกมาดูโฆษณาประกันชีวิตอะไรสักอย่าง ลูกให้เงินเดือนเดือนแรกกับแม่ไง เราก็หันไป "แม่... ไม่ให้นะ" เพราะถึงจะได้เงินเดือนเต็มเดือนมาจริงๆเราก็ต้องหักค่าประกันสังคม เงินสะสม สิบลด เงินเก็บที่เพิ่งไปเปิดบัญชีใหม่ ค่าโทรศัพท์ ค่ารถไฟฟ้า... ก็คงพอมีกิน (แบบประหยัดๆ) ไปได้พอดีเดือนนึงอ่ะ เค้าก็รู้ว่าเราจะเหลือไม่เยอะ และเราก็รู้ว่าเค้าไม่ได้ต้องการเงินจากเราเพราะเค้าไม่มีใช้ เค้าแค่อยากให้เราให้เค้าอ่ะ แต่เราก็คิดว่าอย่างน้อยเราก็ไม่ได้ขอเงินจากเค้าเพิ่มแล้วกันน่า

วันรุ่งขึ้น พระเจ้าก็ไม่ยอมเสียเวลาเลยค่ะ อ่านพระคัมภีร์เจอนี่เลย

การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ
-
กิจการ 20:35

ก็ได้
ให้ก็ได้

แล้วเย็นวันนั้นเลยแม่เล่าเรื่องญาติให้ฟัง เป็นญาติที่เป็นคริสเตียนมานานมากแล้ว แล้วก็เป็นผู้รับใช้ด้วยตอนนี้มีปัญหาอะไรสักอย่าง ไม่มีเงินส่งลูกเรียน แล้วแกมีลูก 4 คน คนโตเนี่ยเพิ่งเข้าปีหนึ่ง แม่ก็ยาวเลยค่ะ เงินให้โบสถ์น่ะไม่ต้องทุ่มเทมากนักนะ อะไรทำนองนี้ จนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยบอกไงคะว่าให้ 10%

เครียดกว่าเดิม
คราวนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของเราแล้วอ่ะ ถ้าไม่ให้แม่เลย ภาพคริสเตียนในสายตาเค้าจะเป็นยังไง
มันยิ่งต้องให้
อย่างน้อยก็ให้เค้าสบายใจ

แล้วพอตัดสินใจว่าเงินเดือนออกแล้วจะให้แม่
ก็เข้าใจเลยนะ... ว่า "พระเจ้าทรงจัดเตรียม" หมายหมายความว่ายังไง

ที่บอกว่าเมื่อวันเสาร์เหลือ 500 น่ะ ตอนแรกก็คิดว่าจะพอ
เปล่าเลย ลืมว่าต้องจ่ายค่ารถไฟฟ้าอีกไง หมดไปอีกสองร้อย ก็เริ่มไม่มีจะกินจริงๆ
แต่แม่ให้เงินเกินมานี่ตั้งสองพัน ยืมก่อนละกันนะแม่ เงินเดือนออกแล้วจะคืน อย่างน้อยก็ได้กู้แบบที่ไม่ต้องพูดตรงๆแหละว่าไม่มีเงิน

แล้วพี่หญิงก็เอากางเกงยีนส์มาให้ตัวนึง เป็นแบบ 4 ส่วนซึ่งกำลังอยากได้ พอดีเลยด้วย เพราะไซส์ใกล้ๆกัน เลยได้ฟรีมา ไม่ต้องซื้อเอง

อีกวันนึงพูดกับน้องเรื่องร้องเท้าผ้าใบ เพราะจะไปออกกำลังกายแล้วไม่มีรองเท้า น้องก็บอกว่าไม่ต้องไปซื้อ มีอยู่คู่นึง ซื้อมาสักพักแล้วยังไม่ได้ใส่เลย ไปลองดูก่อน ปกติน้องเราจะใส่เบอร์เล็กกว่าเราไง แล้วจะใส่ด้วยกันไม่ได้ แต่รองเท้าผ้าใบคู่นั้นเราใส่ได้พอดีอ่ะ

แล้ววันเดียวกันเลยมั้ง แม่ซื้อกระเป๋าสตางค์มาให้ 2 ใบเป็นของขวัญวันรับปริญญา คือกระเป๋าสตางค์ที่ใช้อยู่ตอนนี้กำลังจะขาดแล้วเราเคยพูดๆกับน้องอยากได้ใบใหม่ น้องก็จัดการไปบอกแม่ให้เสร็จสรรพเลยค่ะ แม่ก็ซื้อมาซะอย่างดีเลย

การได้อะไรมาโดยต้องไม่ต้องจ่ายเงินนี่มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

ก็ขอบคุณพระเจ้านะที่ทำให้เราได้เห็นว่าครอบครัวของเราเป็นพรที่พระเจ้าให้
แล้วพระเจ้าก็ไม่เคยปล่อยให้เราลำบาก

"ฉะนั้นอย่ากังวลว่า เราจะเอาอะไรกิน? หรือ เราจะเอาอะไรดื่ม? หรือ เราจะเอาอะไรนุ่งห่ม? เพราะคนที่ไม่มีพระเจ้าขวนขวายหาสิ่งเหล่านี้ และพระบิดาของท่านในสวรรค์ทรงทราบว่าท่านจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้ แต่จงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน และพระองค์จะประทานสิ่งทั้งปวงเหล่านี้แก่ท่านด้วย เพราะฉะนั้นอย่าวิตกกังวลเกี่ยวกับพรุ่งนี้เพราะพรุ่งนี้ก็จะมีเรื่องวิตกกังวลเกี่ยวกับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีความเดือดร้อนของมันพออยู่แล้ว"
- มัทธิว 6:31-33

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันดูเหมือนว่าเป็นทางตันที่มืดมนและกำลังเป็นปัญหาของเรานั้น..ถ้าเรามองดูให้ดีๆ แล้ว..มันมักจะมีแสงสว่างเป็นรู เล็กๆ อยู่ไกลๆ ให้เรารู้ว่าเป็นทางออกเสมอค่ะ..

#1 By Hongfha on 2006-07-24 00:07

เคยเป็นอยู่ช่วงนึง แต่คงไม่หนักขนาดพี่

เค้าเคยอยู่รร.ประจำ 2 อาทิตย์กลับบ้านที
แล้วมีอยุ่ครั้งนึงเงินเดือนที่แม่ให้หมด เหลืออยู่ 20 บ.เข้ารร.
2 อาทิตย์นี่แทบจะหาไม่เลย ขอให้คนอื่นเค้าเลี้ยงไปทั่ว
ตัวกรอบ ผอมมมเลย


**ว่าแต่รู้สึกเหมือนเคยอ่าน verse นี้ตอนเรียนไบเบิ้ล
รู้สึกว่าเหมือนหลักการที่ว่า ทุกปัญหามีทางแก้

#2 By ซัง (124.120.5.86) on 2006-07-24 02:26

เป็นคนใจเย็น
ใจเย็นเกินไป
เลยยังเรียนไม่จบ

#3 By เอกน้อย on 2006-07-24 03:45

ดีจังวุ้ย

#4 By ^-ใบเตย-^ on 2006-07-24 08:57

เงินเดือนแรกผมก็ไม่ได้ให้แม่ทั้งหมดเหมือนกันไม่งั้นเดือนต่อมาอดตายพอดี^^'
แต่ว่าผมจะให้เป็นรายเดือนแทนว่าแต่ละเดือนจะแบ่งให้ทางบ้านเท่าไหร่น่ะครับ
ตอนนี้พี่ก็ซอมบี้โหมดอยู่ล่ะ ...
อืม ... พระเจ้าทรงเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม ...

ถ้าเราไม่ให้ ก็จะไม่มีมือไว้คอยรับ
เหมือนเคยได้ยินที่ไหน

ยินดีด้วยนะครับกับการรับปริญญา ... อยากได้อะไรเอ่ย ...
...^ ^
ต้องสู้ๆค่ะ

#8 By nickie on 2006-07-24 15:07

"แต่ละวันก็มีความเดือดร้อนของมันพออยู่แล้ว"

ชอบคับ

#9 By goody on 2006-07-24 16:41

อ่านแล้วคิดถึงตัวเองเลยแฮะ เครียดกับปัญหาแทบตาย แต่พอถึงเวลามันก็ผ่านไปได้ซะงั้นน่ะ มันเป็นแบบนี้จริงๆ ชีวิต..

ป.ล. เอนทรีนี้เป็นภาษาไทย เม้นเป็น Eng เล่นเอามึนตึ้บๆ

#10 By [Diablo]Amezon'Poori on 2006-07-24 21:17

ผมยังไม่มีรายได้ก็ก่อหนีไปแล้ว พึ่งเคลียไปมะวาน เห้อ โล่งอกสุดๆ :p ขอให้โชคดีค้าบ

#11 By 13K on 2006-07-25 09:05

อืม....อ่านแล้วซซซเห็นภาพตัวเองในอนาคตเลย.....
คงไม่ต่างกันมาก.....ปัญหามีให้แก้...ยังไงทางออกก็มักมีเสมอ....สู้ๆนะค่ะ...

#12 By Gratai...Ka!!! on 2006-07-26 16:06

เรายังไม่ได้ให้แม่เลยนะ
ว่าจะเอาเงินโบนัสให้น่ะ
เพราะว่าตั้งแต่จบมาเราไม่ได้ขอเงินอีกเลย
แล้วเวลาจะซื้ออะไรปกติแล้วเราก็ไม่เคยรบกวนขอเงินเพิ่มอีก

#13 By Life Goes On on 2006-07-27 22:55