คำสารภาพ
posted on 20 Jan 2007 11:46 by ambiguous in christianity, love, personal, thoughtsหลายเดือนที่ผ่านมาเคืองเพื่อนคนนึงมาก
เป็นเพื่อนที่ชวนมุกไปช่วยงานเวบโบสถ์ตั้งแต่ตอนนู้น
มุกเคยพูดกับพี่หญิงไว้ก่อนจะรับเขียนบทความลงเวบโบสถ์
ว่าถ้ารับงานมาแล้ว ก็จะตั้งใจทำ
แต่พอเข้ามาเป็นสต๊าฟแล้วมันไม่เป็นอย่างที่คิด...
นอกจากนมัสการกับเทศนาที่อัพทุกอาทิตย์แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ทั้งๆที่ขอความเห็นกันไปเยอะแล้วว่าอยากจะให้เวบปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรบ้าง และมีคนออกความเห็นด้วยนะ ไม่ใช่ไม่มี...
จนบัดนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วเราก็เริ่มคิดว่าตกลงให้เรามาทำอะไรกันแน่
เพราะดูท่าทางเจ้าตัวคนชวนเองก็ไม่ได้กระตือรือร้นเลยสักนิด
บอกแล้วบอกอีกว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ แต่พ่อคุณก็เงียบหายไป
พอเตือนว่าน่าจะลงมือทำอะไรได้แล้ว โดมก็รับว่าจะทำๆทุกที แต่ก็เงียบหายไปเหมือนเดิม
แล้วจะไม่ให้เคืองได้ไง
จะไปจิกมากๆก็ไม่ดี
แต่จะปล่อยไว้อย่างนี้ก็ไม่ดีอีกเหมือนกัน
อาทิตย์ที่แล้วก็เลยตัดสินใจว่าถ้าโดมไม่ทำ มุกจะทำเอง
วันนั้นก็เลยโทรไปที่โบสถ์ ขอไฟล์คู่มือเฝ้าเดี่ยวมาลงเวบ
แต่ไปๆมาๆก็ล๊อคอินเข้าระบบไม่เป็นอีก (เคยทำครั้งเดียวเมื่อนานมาแล้ว)
สุดท้ายก็ต้องโทรกลับไปหาโดมอยู่ดี
โทรตั้งแต่วันพฤหัส
ได้พูดกันเย็นวันจันทร์...
เราเพิ่งเลิกงาน โดมยังทำงานอยู่ ก็เลยบอกว่าดึกๆแล้วกัน จะได้อยู่หน้าคอมด้วย
โทรไปตอนสี่ทุ่ม เหมือนปิดเครื่อง
ห้าทุ่มกว่าโดมโทรกลับมา
เพิ่งออกจากออฟฟิศ
วันเสาร์ต้องไปทำงาน
แล้วอาทิตย์นี้ก็ต้องเตรียมนำนมัสการ
ฟังแล้วก็สงสาร
เราเลิกงานธรรมดาเรายังเหนื่อยแล้วเลย
แถมงานรับใช้ก็ไม่เหมือนงานธรรมดา
จะทำอะไรแต่ละทีต้องอธิษฐาน ต้องศึกษา ต้องเตรียมข้อพระคัมภีร์ที่จะอ้างถึง สารพัดอย่าง
เตรียมนำแคร์ทีนึงเราก็นั่งคิด 3-4 วันแล้ว
แล้วนี่โดมนำนมัสการ สอนรวี แล้วรู้สึกจะเป็นผู้ช่วยในแคร์หรืออะไรสักอย่างด้วย เอาเวลาที่ไหนมาทำ ไม่ต้องพูดถึงเวลาที่จะให้ครอบครัวหรือเวลาส่วนตัวเลยนะ
รู้สึกผิดมากที่โกรธ
ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้
พระเจ้าอยากให้เราทำงานรับใช้ก็จริง แต่การได้รู้จักพระเจ้าและมีความสัมพันธ์กับพระองค์ผ่านการรับใช้นั้นต่างหากที่สำคัญกว่า
พระเจ้าสนใจตัวตนของเรา มากกว่าสิ่งที่เราทำ
และนั่นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้นอกจากเรากับพระเจ้า
บางคนทำงานรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่เพื่อพระเจ้า
บางคนรับใช้เพื่อให้ตัวเองได้รับการยอมรับ อยากพิสูจน์ความสามารถ หรือคิดว่าตัวเองได้ทำอะไรเพื่อพระเจ้า
แต่จริงๆแล้วถึงไม่มีเรา พระเจ้าก็มีทางจะทำให้งานสำเร็จอยู่แล้ว
พระเจ้าเป็นพระเจ้า ไม่มีเราพระเจ้าก็อยู่ได้เหมือนกัน
แต่พระเจ้าเรียกเรามารับใช้เพื่อให้เราได้เรียนรู้ เติบโต มีประสบการณ์กับพระองค์ นำพระพรไปสู่คนอื่นๆ ฯลฯ
พระเจ้าต้องการให้เรารับใช้พระองค์เพื่อผลดีกับตัวเราเอง
แล้วเรารับใช้พระเจ้าด้วยท่าทีแบบไหนกันถึงได้โกรธเพื่อนที่ร่วมรับใช้กับเรา
อันนี้มุกยอมรับว่ายังต้องอธิษฐานอีกเยอะ
แล้วที่แย่กว่านั้นอีก
ไม่รู้โดมจำได้มั้ย
ที่เราเคยคุยกันว่าบางทีเราก็ควรพูดตรงๆแม้คนฟังจะรู้สึกไม่ได้
มุกเขียนเรื่องนี้ลงในบลอคด้วยซ้ำ
ในกรณีแรกก็เหมือนกัน
คนๆนึงทำให้เราเสียความรู้สึก เค้าอาจจะไม่รู้ตัว หรือเราอาจจะคิดไปเอง
แต่ถ้าไม่มาพูดกันตรงๆก็จะไม่มีใครรู้เรื่อง
เราได้แต่เก็บเรื่องนั้นไว้ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเค้าก็เปลี่ยนไป
พูดเองเขียนเองชัดๆ
แต่มุกไม่ได้บอกโดมเลย ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะทำ
ถ้าพูดตั้งแต่แรกมุกก็คงรู้ไปนานแล้วว่าจริงๆโดมเหนื่อยขนาดไหน แล้วก็คงได้ช่วยโดมทำงานมากกว่านี้
แล้วตัวเองก็ไม่ต้องกลุ้มใจอยู่คนเดียว (แถมต้องให้คนอื่นมาฟังเราบ่นอีก)
ขอโทษจริงๆนะ
มุกไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหรอก
ไม่ได้ดีเท่าที่คนอื่นคิดแน่ๆ
ยังมีอะไรต้องแก้ไข ต้องเรียนรู้ และจะเป็นอย่างนั้นไปตลอดชีวิต
แต่พระเจ้าที่เรียกเราให้เป็นคนบริสุทธิ์อย่างที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์ จะเป็นคนช่วยเราเอง
ไม่มีอะไรที่ยากเกินไป
เฝ้าเดี่ยวเมื่อวันก่อนเจอข้อนี้ คิดถึงโดมเลย
มุกอยากให้มันเป็นแบบนั้น...
And I keep praying that this faith we hold in common keeps showing up in the good things we do, and that people recognize Christ in all of it.
-Philemon 6, The Message
ใจเย็นน้า อย่าใจรอนนะค่ะ ^ ^'
.
ขอให้โชคดีกับการทำงานนะค่ะ
นิกขอเป็นกำลังใจให้พี่มุกเสมอจ้า
#1 By nickie on 2007-01-20 20:50