พิธีไว้อาลัย
posted on 14 Oct 2007 18:33 by ambiguous in christianity, personal
เสาร์ที่แล้วคุณพ่อของเพื่อนเสียค่ะ
ด้วยความที่ที่บ้านเค้าเป็นคริสเตียนกันทั้งบ้าน งานศพก็เลยไม่ใช่งานศพค่ะ
แต่จัดเป็นงานไว้อาลัยแทน
และนี่ก็เป็นงานไว้อาลัยงานแรกที่เรามีโอกาสได้ไปด้วย
จะเล่าเท่าที่รู้แล้วกัน ไม่รู้งานไว้อาลัยที่อื่นเค้าจัดแบบนี้กันรึเปล่า
พ่อเสมียน (คือแกชื่อเสมียนเฉยๆ แต่เราใส่คำว่า "พ่อ" เข้าไปตามเพื่อน) เป็นคนแรกที่รับเชื่อของโบสถ์มหาพรสุขุมวิท (ตอนนี้คือ มหาพรกรุงเทพ) แถมยังทำงานที่โบสถ์ ECB มาประมาณ 27 ปีแล้ว สองโบสถ์นี้ก็เลยเป็นเจ้าภาพจัดงานกันคนละวัน เราเลยได้เห็นงานทั้งสองแบบ คือแบบไทยกับแบบฝรั่ง
วันแรกซึ่งเป็นของมหาพรนั้น อจ.จากมหาพรก็ไปเทศนาด้วย และแกก็สนิทกับครอบครัวพ่อเสมียนมาก เลยเล่าเรื่องชีวิตพ่อเสมียนและครอบครัวประกอบคำเทศนาไปด้วย ซึ่งก็ดีนะคะ แต่ด้วยความที่แกเทศน์ซะเต็มที่เหมือนเป็นวันอาทิตย์ งานนี้เลยยาวมาก ทำเอาหลายคนหมดสมาธิไปตั้งแต่ครึ่งแรก
แต่งานของ ECB จัดได้ดีมาก คือยกพระคัมภีร์ขึ้นมาเพื่อยืนยันว่า คนที่ตายไปนั้นได้ขึ้นไปอยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์ และเค้ามีความสุขยิ่งกว่าเราที่อยู่บนโลกนี้ แต่ก็ยังพูดกับครอบครัวพ่อเสมียนอย่างเป็นส่วนตัวด้วย คือแสดงความเสียใจ ให้กำลังใจ อธิษฐานเผื่อ ส่วนที่ทำได้ดีที่สุด คือส่วนที่ให้คนที่ร่วมงานไว้อาลัย พูดถึงสิ่งที่ตนเองประทับใจเกี่ยวกับพ่อเสมียน
คนนึงบอกว่า แกเคยถามเจ้าหน้าที่ในโบสถ์ ว่าทำไมถึงอยากมาเป็นคริสเตียน
เจ้าหน้าที่คนนั้นก็บอกว่า เพราะอยากมีชีวิตเหมือนคุณเสมียน
ตอนนั้นนึกถึงคำเทศนาของอจ.อีกท่านนึงที่เคยพูดไว้ทำนองว่า ถ้าคุณเป็นคนดี อย่างน้อยเวลาตายไปก็ไม่ลำบากคนเทศน์ เพราะวันนั้นไม่ว่าใครก็อยากจะฟังแต่เรื่องดีๆของคุณ ไม่มีใครอยากไปเทศน์หรอกถ้าไม่มีอะไรดีๆให้เล่าเลย
สำหรับพ่อเสมียน ไม่ว่าใครก็พูดถึงแกว่าเป็นคนที่รักพระเจ้ามาก แล้วพระเจ้าก็อวยพรแกกับครอบครัวมากๆ
พ่อเสมียนเป็นคนศรีสะเกษ จบแค่ป.4 มาทำงานกรุงเทพตั้งแต่ยังเด็ก ชีวิตแกก็สำมะเลเทเมาจนมาทำงานที่โบสถ์แล้วรู้จักพระเจ้า
ตอนที่พ่อเสมียนรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งตับเมื่อตอนต้นปที่ผ่านมาี ECB ก็จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก แล้วให้ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ทั้งๆที่แกเป็นขั้นสุดท้ายแล้ว หมดไปล้านกว่า
พอรู้ว่าแกเข้าโรงพยาบาล อจ.จากต่างประเทศก็บินกลับมาเยี่ยมแก พี่น้องที่โบสถ์ก็ไปเยี่ยมแบบห้องไม่เคยว่าง กลุ่มแคร์ก็ย้ายไปจัดในโรงพยาบาล แต่คนที่กำลังใจดีที่สุดก็คือพ่อเสมียนเองนั่นแหละ กลายเป็นคนป่วยให้กำลังใจคนไปเยี่ยม ว่าพ่อไม่เป็นไรหรอก แกยังร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์เหมือนเดิม
โบสถ์แกก็ไม่ยอมขาดนะ ทั้งๆที่หมอก็ไม่อยากให้ไปที่ๆมีคนเยอะๆ เพราะจะติดเชื้อโรคได้ง่าย แต่ออกจากโรงพยาบาลมาแกก็จะไปโบสถ์็ อยากไปนมัสการพระเจ้า อยากไปเจอพี่น้องที่โบสถ์
ขนาดออกจากบ้านไม่ค่อยได้แล้วนี่ เดือนสุดท้ายก่อนจะเสีย แกยังนำยามคอนโดตัวเองมารับเชื่อได้
ข้อพระคัมภีร์ที่อจ.เลือกมาเทศน์วันนั้นตรงกับชีวิตของแกมาก
เพราะสำหรับข้าพเจ้า การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร ถ้ายังมีชีวิตอยู่ในกายนี้ต่อไปก็หมายความว่าข้าพเจ้าจะทำงานอย่างเกิดผล แต่ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหนดี? ยังลังเลใจอยู่ระหว่างสองทาง ใจหนึ่งอยากจากไปเพื่ออยู่กับพระคริสต์ซึ่งประเสริฐกว่ามากนัก แต่การที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ก็จำเป็นสำหรับพวกท่านมากกว่า เมื่อแน่ใจอย่างนี้ข้าพเจ้าก็รู้ว่าจะยังอยู่กับพวกท่านทั้งปวงต่อไป เพื่อความก้าวหน้าและความชื่นชมยินดีของท่านในความเชื่อ
- ฟีลิปปี 1:21-25
ขอจบด้วยเพลงที่พ่อเสมียนชอบมากๆ
|
O Lord my God, When I in awesome wonder,
Then sings my soul, My Saviour God, to Thee,
And when I think, that God, His Son not sparing;
Then sings my soul, My Saviour God, to Thee,
When Christ shall come, with shout of acclamation,
Then sings my soul, My Saviour God, to Thee, |
พระองค์เจ้าข้า ข้าเฝ้ามองดูด้วยยำเกรง
จิตข้าสรรเสริญ พระเจ้าองค์พระผู้ช่วย
เมื่อข้าคิดถึง พระเจ้าผู้ไม่ทรงเสียดาย
จิตข้าสรรเสริญ พระเจ้าองค์พระผู้ช่วย
พระคริสต์กลับมา ด้วยเสียงแตรดังก้องเวหา
จิตข้าสรรเสริญ พระเจ้าองค์พระผู้ช่วย -พระเจ้ายิ่งใหญ่ |
*ไม่ทราบชื่อผู้แต่งและผู้แปล ตัดภาษาอังกฤษออกไปท่อนนึงด้วย เพราะภาษาไทยแปลเท่านี้
ส่วนเพลงที่เอามาแปะร้องก็ร้องไม่ครบเช่นกัน แต่เพราะดี
**คำว่า Thou และ Thee เป็นภาษาอังกฤษโบราณที่แปลว่า You ทั้งคู่ แต่ Thou
จะใช้เมื่อ You เป็นประธาน ส่วน Thee จะใช้เมื่อ You เป็นกรรม
***สังเกตว่าคำเรียกพระเจ้าจะใช้ตัวใหญ่ (capitalized)

และถึงแม้ว่าจะต่างศาสนากัน แต่ความสูญเสียคนผู้เป็นที่รักในครอบครัวก็ไม่มีอะไรที่แตกต่าง
ขอให้คุณพ่อของเพื่อนน้องมุกไปสู่สุขคตินะจ๊ะ
#1 By Hongfha on 2007-10-14 20:16