แบบอย่าง

posted on 19 Nov 2007 19:53 by ambiguous  in christianity, love

ช่วงนี้ที่ไอบีเอสกำลังทดลองโครงการ Reach4Life ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนให้รักษาความบริสุทธิ์ทางเพศ ซึ่งงานนี้เราได้ไปเป็นผู้ช่วยพี่ๆเค้านำกลุ่มย่อยในโรงเรียน เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ทำงานกับเด็ก มีทั้งม.3แล้วก็ม.1 

แล้ววันเสาร์ที่ไปดู Cats ก็บังเอิญไปเจอเด็ก

น้องเดินเข้ามาสวัสดี

"พี่มาทำอะไรเหรอคะ"

"มาดูละครกับเพื่อนน่ะ"

เพื่อนผู้ชาย...

กับน้องสาวเค้า

...

จริงๆผู้ชายคนนี้ก็ไม่เชิงเพื่อนด้วย
เพราะเป็นคนนั้นที่ยืนอยู่บนเส้นด้วยกัน และกำลังอธิษฐานกันอยู่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง

ตั้งแต่วันที่ตกลงกันว่าจะอธิษฐาน พี่เราก็บอกไว้ว่าไม่ให้ไปไหนกันสองคนเด็ดขาด
และให้เหตุผลว่า มีน้องๆที่จะดูความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบอย่าง
ซึ่งตลอดเวลาผ่านมา ทุกครั้งที่ไปไหนก็จะมี "บุคคลที่สาม" (และสี่ ห้า หก) ไปด้วยตลอด

แต่ก่อนจะจองตั๋วดูละครเรื่องนี้ เราบอกเค้าว่าจะไปดูกันสองคนก็ได้นะ
ด้วยความที่ตั๋วแพง แล้วเราก็รู้สึกว่าจะพาคนที่เค้าไม่อยากดูไปด้วยเพียงเพื่อรักษากฎนั้น อาจจะกลายเป็นการทรมาน "บุคคลที่สาม" ไปเปล่าๆ

แต่เค้าก็ยืนยันว่าเราไม่ควรจะไปกันสองคน
แล้วเค้าก็ชวนน้องสาวเค้าไป ซึ่งเธอตอบตกลงอย่างง่ายดาย ทั้งๆที่ปีที่แล้วไม่ว่าพี่ชายจะขอร้องยังไง เธอก็ไม่ยอมไปดูละครด้วย

...

คาบสุดท้ายในหลักสูตร Reach4Life จะมีการพบผู้ปกครอง คำถามหนึ่งที่จะคุยกับผู้ปกครองในคาบนั้นคือ

"เราจะบอกลูกได้มั้ยว่า ให้ดูพ่อแม่เป็นตัวอย่างในเรื่องการรักษาความบริสุทธิ์ทางเพศ"

ถึงจะยังไม่มีลูก เราก็เป็นคนสอน
และถ้าเราทำสิ่งตัวเองสอนไม่ได้
เด็กจะเชื่อเรามั้ย

การไม่ไปไหนมาไหนกันสองคนอาจจะไม่ได้พิสูจน์ว่าความสัมพันธ์นี้บริสุทธิ์
แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่มีคนรู้เห็นและไม่ได้เป็นความลับอะไร
นอกจากนี้การมีบุคคลที่สามก็มีประโยชน์มาก

1. โอกาสที่จะเกิดเรื่องไม่ดีน้อยลงเมื่อมีบุคคลที่สาม
2. ทำให้เรารู้จักสังคมของอีกฝ่ายมากขึ้น เค้าคบเพื่อนแบบไหน พี่น้องเค้าเป็นยังไง
3. เราได้เห็นวิธีที่เค้าปฏิบัติต่อคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อบุคคลที่สามเป็นคนที่เค้าไม่ชอบ

จริงอยู่ที่ว่าไม่มีใครเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบ หรือบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็น

เพราะพระเจ้าเป็นคนทำให้เราบริสุทธิ์

แต่เมื่อเรารู้ว่าความบริสุทธิ์นั้นแลกมาด้วยอะไร

เราจะพยายามรักษาความบริสุทธิ์นั้นไว้เพื่อพระเจ้า เพื่อตัวเอง และเพื่อคนที่เรารัก

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืมม์...ไม่รู้จะเม้มไร
แต่อยากบอกว่า

อ่านแล้วรู้สึกดีมาก
เป็นผู้หญิงดีๆสมัยนี้มันยากส์
สู้ต่อปายยยย


ปล. คงไม่มีเส้นกัน 5 6 7 8 9 100 นะครับ
sad smile

#1 By เจ้าชายแห่งรัตติกาล (124.120.151.74) on 2007-11-19 20:02

น้องมุกสบายดีนะคะ..
แวะเข้ามาพอดีค่ะ
ถ้าผู้หญิงไทยคิดแบบนี้กันเยอะๆ
ยอดเยี่ยมเลยค่ะ..พี่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เก็บไว้เป็นของขวัญวันแต่งงาน
สำหรับคนที่เรารัก..และอยู่ร่วมกันตลอดไป

คิดถึงจ้า.. big smile

#2 By PoohMai on 2007-11-19 21:11

นัทชื่นชมทั้งพี่มุกและเพื่อนพี่มุกคนนั้นมากเลยค่ะ
big smile

#3 By Na - th (นัท) on 2007-11-20 20:54

คุณมุกครับ ผมอยากร่วมทำพันธกิจนี้บ้างอ่ะครับ
จะต้องทำยังไงเหรอครับ หรือว่าองค์กรฯ ไม่รับสมาชิกนอกครับ...

ผมจะช่วยอธิษฐานเผื่อสำหรับพันธกิจดีๆ นี้นะครับ
พระเจ้าอวยพร open-mounthed smile

#4 By กวีปิศาจ on 2007-11-20 22:17

เป็นโครงการที่ดีนะ
เราว่ามีโครงการดีๆหลายอย่างที่ดีแต่ตัวหนังสือ
แต่โครงการนี้เข้าไปใกล้ชิดถึงเด็กๆจริงๆเลย
น่าจะช่วยให้เกิดความเข้าใจได้ดีที่สุดแล้วล่ะ

อ่านจบแล้วนึกถึงชื่อโครงการ
Bible in action เลยแฮะ
อันนี้เป็นผลมาจากงานนั้นสินะbig smile

....

แต่เรากลับมีความคิดว่า
บางครั้งอยู่ด้วยกันสองคนบ้างก็ไม่แปลกนะ
ให้เป็นไปตามสภาพที่เป็นจริงบ้างก็ไม่น่าเสียหาย
คนที่ไม่ทำผิด เค้าก็ไม่ทำผิดอยู่แล้วนะ
สังเกตจากผู้ชายที่เรารู้จักเองนี่แหละ
ให้ความจริงเป็นสิ่งที่แสดงทุกอย่างออกมาเองbig smile

#5 By Life Goes On on 2007-11-20 22:59

เป็นโครงการที่ดีนะคะ เคยเข้าคล้ายๆโครงการแบบนี้มาก่อนเหมือนกันค่ะ แต่มันไม่ได้ถึงกับเป็นโครงการหรอกนะคะ เหมือนเป็นบทเรียนบทหนึ่งค่ะ ซึ่งมันช่วยได้มากทีเดียวค่ะ แต่ถึงยังไงสิ่งหลักๆที่ช่วยให้เราผ่านทุกอย่างไปได้ก็คือ การอฐิษฐานกับพระเจ้าค่ะ
สู้ๆ ค่ะconfused smile

#7 By Gabrielle on 2007-11-24 14:52

สมัยเป็นเด็ก ผมต้องเป็นบุคคลที่สามในการออกเดทของอาอยู่บ่อยๆ
ซึ่งก็ชอบมากเพราะได้ดูหนังฟรี ได้กินอะไรอร่อยๆ ยัง
นึกเสียดายไม่น่าแต่งงานกันเร็วquestion

#8 By Ripley on 2007-11-24 21:14