วันพิเศษ
posted on 11 Feb 2008 21:18 by ambiguous in christianity, loveเมื่อวันก่อนชวนน้องที่รู้จักกันไปงานวาเลนไทน์ที่โบสถ์
น - พี่มุกไปกับพี่...เถอะ
ม - คนนั้นน่ะถึงจะไม่มีงานก็เจอกันอยู่แล้ว
น - โห ดีจัง
ม - ก็เจอกันทุกอาทิตย์ ไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลย
น - อย่างนั้นน่ะเค้าเรียกว่าพิเศษแล้ว เจอกันเฉพาะวันพิเศษมันพิเศษตรงไหนล่ะ
เออ ก็จริงเนอะ
ถ้าเป็นแฟนกันเราคงอยากให้ทุกวันเป็นวันพิเศษ
ไม่ใช่พิเศษเฉพาะวันพิเศษ
คิดเรื่องนี้แล้วก็นึกพระเจ้าขึ้นมา
พระคัมภีร์ฉบับภาษาอังกฤษบางตอนจะเรียกพระเจ้าว่า jealous God ฉบับภาษาไทย TNCV ก็แปลว่าพระเจ้า่ผู้ทรงหึงหวง (อันนี้เคยเขียนถึงแบบไม่ละเอียด) หลายคนคิดว่า "หึงหวง" คือคำที่ใช้กับคนรัก ซึ่งก็ถูกแล้วค่ะ จริงๆแล้วพระคัมภีร์ใช้ภาพของคู่รักบ่อยมาก โดยเฉพาะเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานกัน ซึ่งโดยส่วนตัวก็เข้าใจว่า เพราะความสัมพันธ์แบบสามีภรรยานั้นเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่สุดที่มนุษย์จะเข้าใจได้ แล้วพระเจ้าก็บอกว่าพระองค์อยากจะมีความสัมพันธ์กับเราแบบนั้นแหละ
เพราะฉะนั้นจะว่าไปแล้วพระเจ้าก็ไม่ได้ต่างจากแฟนสักเท่าไหร่ ต้องทำความรู้จักคุ้นเคย พูดคุยกัน ใช้เวลาด้วยกัน เพื่อเราจะเข้าใจกันมากขึ้นและรักกันมากขึ้น
ถ้าเรายังแบ่งเวลาให้แฟนได้ คุยกับแฟนได้ อยากจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และเราก็ไม่ได้อยากเจอเพราะจำเป็นต้องเจอ หรือเพราะเป็นหน้าที่
เราก็น่าจะรู้ว่าเราควรจะปฏิบัติต่อพระเจ้ายังไง
ถ้าเราไปโบสถ์เฉพาะวันอาทิตย์ เข้าเฝ้าพระเจ้า นมัสการ อธิษฐาน เฉพาะวันอาิทิตย์
พระเจ้าเป็นแฟนเราคงงอนไปแล้วถึงไหนแล้ว
ถ้าเราไม่ได้คิดถึงพระเจ้า ไม่ได้อยากเจอพระเจ้า ไม่แสวงหาพระองค์
เราก็คงไม่ได้เห็นว่าความรักของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงบอกว่ามีมาใหม่ทุกเวลาเช้านั้นเป็นอย่างไร
พระเจ้าอยากให้ทุกวันเป็นวันพิเศษสำหรับเรา
ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยยั้งหยุด
พระเมตตาคุณหลั่งลงมาอยู่เสมอ
ใหม่ทุกเช้าเร้าในดวงใจ
ซาบซึ้งทุกๆวันใหม่
พระองค์ทรงความเที่ยงตรงยิ่งนัก
พระองค์ทรงความเที่ยงตรง
-ความรักมั่นคงถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็หวนคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้
ข้าพเจ้าจึงมีความหวัง
เพราะความรักใหญ่หลวงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเราจึงไม่ถูกผลาญทำลายไป
เพราะพระเมตตาของพระองค์ไม่เคยยั้งหยุด
มีมาใหม่ทุกเช้า
ความซื่อสัตย์ของพระองค์ยิ่งใหญ่นัก
ข้าพเจ้ากล่าวกับตนเองว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามี
ฉะนั้นข้าพเจ้าจะรอคอยพระองค์”
-พคค.3:21-24
อันที่จริง พี่ก็คิดอยู่บ่อยๆแหละว่าศาสนาคริสต์ไม่ใช่ศาสนาที่ต้องการเหตุผล เพราะเป็นศาสนาโรแมนติกค่ะ อารมณ์เหมือนความรัก ฮา...(ถ้าเขียนอะไรไม่เข้าตาก็โปรดอภัยจ๊ะ)
#1 By vendetta on 2008-02-11 22:25