ผู้อุปถัมภ์

posted on 20 Jul 2008 17:54 by ambiguous  in christianity, love, thoughts

ในพระคัมภีร์ตั้งแต่สมัยปฐมกาล หลังจากที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ผู้ชายขึ้นมาแล้ว พระเจ้าก็ทรงสร้างผู้หญิง
โดยเรียกผู้หญิงว่า "ผู้อุปถัมภ์" ของผู้ชาย

แต่พอนึกถึงคำว่า "ผู้ช่วย" เราก็มักจะนึกถึงคนที่ด้อยกว่า (ส่วนตัวแล้วนึกถึงเลขากับเจ้านาย) แต่ในจริงๆแล้วเราคงไม่ขอความช่วยเหลือจากคนที่ช่วยเราไม่ได้ คนที่ให้ความช่วยเหลือก็ต้องเก่งกว่าคนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นธรรมดา

มี คนอธิบายให้ฟังคำว่า "ผู้อุปถัมภ์" ในภาษาเดิมคือคำว่า redeemer นั่นหมายความว่าจริงๆแล้วผู้หญิงเป็นผู้ช่วยที่เก่งกว่าผู้ชาย ถ้าดูดีๆผู้ชายที่ประสบความสำเร็จก็มักจะมีภรรยาทีดีอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น

เคย คุยกับเพื่อนคนนึงว่าผู้ชายที่เป็นผู้นำที่ดีนั้นมีน้อย และผู้หญิงก็น่าจะมีส่วนสำคัญในเรื่องนี้ ผู้หญิงอาจจะบกพร่องในฐานะ "ผู้อุปถัมภ์"อาจจะไม่ได้สนับสนุนผู้ชายเท่าที่ควร ซึ่งสภาพสังคมก็น่าจะเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากผู้หญิงเก่งขึ้น เรียนสูงขึ้น มีความเป็นอิสระมากกว่าเดิม และอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายเท่าสมัยก่อน ผู้หญิงอาจจะคิดว่าฉันอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว จะ "อุปถัมภ์" ผู้ชายให้เหนื่อยไปทำไม

แต่ เมื่อเร็วๆนี้เองเพิ่งจะนึกได้ว่าโทษผู้หญิงฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก อย่าลืมว่าผู้ชายโดยทั่วไปมีอัตตาสูงกว่าผู้หญิง และแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ค่อยจะยอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ หนังสือ (ที่เขียนให้ผู้หญิงอ่าน) หลายเล่มล้วนสอนให้ผู้หญิงแกล้งโง่ ต้องให้ผู้ชายคิดว่าเค้าทำได้ด้วยตัวเค้าเอง ให้เค้าคิดว่าเค้าเก่งและฉลาดกว่า อย่าได้ไปทำร้ายอัตตาของเค้าทีเดียว

แสดงว่านอกจากผู้หญิงจะต้องช่วยแล้วยังต้องทำเป็นว่าไม่ได้ช่วยอีกต่างหาก
เลยยิ่งเป็นการเสริมให้ผู้หญิงมีข้ออ้างมากขึ้นที่จะละเลยหน้าที่ของตัวเอง ในเมื่อผู้ชายหยิ่งนักก็ดูแลตัวเองไปแล้วกัน

นอก จากนี้อัตตาของผู้ชายเองทำให้เค้าอยากจะเป็นฮีโร่ในสายตาผู้หญิง นั่นหมายความว่าผู้ชายมีแนวโน้มจะเลือกคบผู้หญิงที่ "โง่" กว่าตัวเอง ทั้งๆที่จริงๆแล้วควรจะเป็นตรงกันข้าม พี่อีกคนบอกว่าถ้าผู้ชายที่เลือกผู้หญิงที่โง่กว่ามาเป็นภรรยาก็เป็นผู้ชาย ที่โง่มาก เพราะเค้าเลือกผู้ช่วยที่ช่วยอะไรเค้าไม่ได้

สรุปแล้วถ้าผู้ชายก็ยอม "โง่" กับผู้หญิงสักคน และยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเป็น "ผู้อุปถัมภ์" ของเค้า
อะไรๆอาจจะดีกว่านี้ก็ได้

 

ปล. เชิญแสดงความคิดเห็นได้ตามสบาย ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ที่สำคัญ นัท เป็นผู้หญิงโง่ๆนี่สิ
angry smile

#1 By Na - th (นัท) on 2008-07-20 21:22

ในพระคัมภีร์นั้น แรกเริ่มเลยหลังจากที่พระเจ้าจะสร้างผู้อุปถัมค์เพื่ออดัม
พระเจ้าไม่ได้สร้างผู้หญิงขึ้นมาทั้นที
แต่พระองค์ทรงสร้างสัตว์และนกขึ้นมาก่อน
แต่อดัมพบว่าสัตว์พวกนั้นไม่ใช่ผู้อุปถัมค์ที่เหมาะสมสำหรับตน
พระเจ้าจึงทรงสร้างผู้หญิงจากกระดูกซี่โครงของอดัมขณะกำลังหลับ
ผู้หญิงจึงเป็นผู้อุปถัมค์ที่เท่าเทียมกันกับผู้ชาย
(สรุปจาก Genesis 2:18 ถึง Genesis 2:23)

เราคิดว่าผู้อุปถัมค์ไม่ได้เกี่ยวกับเป็นชายหรือหญิง
อีกทั้งเด่นหรือด้อย เก่งไม่เก่งอะไรทั้งนั้น
ผู้ที่ช่วยเหลือเราในทางที่เราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
คนนั้นแหละสมควรเป็นผู้อุปถัมค์เราอย่างแท้จริง

ถ้าจะมองให้ลึกซึ้งในหนึ่งวันเรามีผู้อุปถัมค์อยู่ตลอดเวลา
แค่ผู้คนที่เราได้พูดคุยทักทายด้วยก็เป็นผู้อุปถัมค์ได้แล้ว
บางคนที่จากโลกนี้ไปเพราะความเหงาก็มี การนับคนที่คุยด้วยเป็นผู้อุปถัมค์ก็ไม่ผิดแน่ๆ

ส่วนคำกล่าวที่ว่า
ชายที่ประสบความสำเร็จมักจะมีภรรยาที่ดีอยู่เบื้องหลัง
แต่ในมุมอีกด้านชายที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะภรรยาไม่ดีก็มีเหมือนกัน
แล้วถ้าสลับคำจากชายเป็นหญิง ภรรยาเป็นสามีก็เห็นผลเช่นเดียวกัน
ในโลกของความเป็นจริงแล้ว ชายและหญิงต่างก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เกื้อกูลกันในความหมายของเราจึงหมายถึงยอมรับและเข้าใจกันและกันด้วย
จะมองว่าคนใดคนหนึ่งดีกว่าฉลาดกว่าอีกคนไม่ได้
แค่มีความคิดแบบนี้ก็สร้างรอยร้าวขึ้นมาแล้วล่ะ
ถ้าเป็นผู้อุปถัมค์ทีี่เท่าเทียมกันจริงก็ไม่มีใครดีกว่าใครหรอก


#2 By Life Goes On on 2008-07-20 21:41

ตัวน้ำลายยืดข้างล่างเราไม่ได้ตั้งใจกดนะ
คงบังเอิญเผลอไปกด ดุแล้วตลกดี

#3 By Life Goes On on 2008-07-20 21:43



hmm... แบบเม้ม 2 ว่าไว้ตอนท้ายๆ
ในทางศาสนาพุทธ ก็บอกไว้ว่าคู่สามีภรรยาที่อยู่แล้วมีความสุขต้องเท่าเทียมกันนะ เรียกว่ามีศีลเสมอกัน จักอยู่กันยืด ผมเป็นคนห่างไกลศาสนา sad smile แต่ข้อนี้เห็นด้วยเต็มๆ ...เลวเหมือนกัน จักคบกันยาว 555+


by the way...



ในโลกแห่งความเป็นจริง ผมมองว่า... ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากได้ผู้หญิงที่โง่กว่ามาเป็นภรรยาหรอกครับ (ไอ้ประเภท รูปสวย รวมทรัพย์ อับจนปัญญา พ่อตาตาย แม่ยายโง่ อันนี้ก็ถือเป็นความเหนือกว่านะ ไม่ได้ด้อยกว่าแต่อย่างใด sad smile)


แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถพอที่จะเด็ดดอกฟ้ามายืนเคียงข้างมากกว่าครับ ถ้าเลือกได้ล่ะก็ ยิ่งสวย ยิ่งรวย ยิ่งเก่งเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หุหุ

sad smile sad smile sad smile


แต่มันก็แค่มุมมองนึง ความจริงของชีวิตคู่ก็คือ
คนเรารักกันไม่ต้องมีเหตุผล แต่รักแล้วคบกันได้เหตุผลจะตามมามากมาย

Before: Love is Everything
After: Love is not always Enough

แต่ (อีกละ) คิดมากไปใย เดี๋ยวก็แก่ตายกันละ
แต่งเลยดีไหม... confused smile sad smile

#4 By Here Be.๛๛๛๛ on 2008-07-21 02:21

เห็นด้วยครับ ผมคิดว่ายังไงก็ต้องช่วยเหลือเกื้อหนุนกันทั้งหญิงและชาย ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าผู้ชายจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องมีผู้หญิงคอยเกื้อหนุนอยู่ด้วย ผมคิดว่าถ้าละอัตตาได้ทุกอย่างก็จะดีมีความสุข ผมคิดว่าการมีคนมาเติมส่วนที่เราขาด ส่วนที่เราบกพร่องมันถึงจะสมบูรณ์นะ ไม่ว่าใครก็ต้องมีจุดบกพร่องทั้งนั้น อย่างเช่นผมเรียนเข้าใจอะไรง่ายแต่ขี้เกียจอ่านหนังสือ ต้องมีคนมาคอยจี้ให้อ่าน ถึงประสบความสำเร็จมาได้จริงๆ เจอกับตัวเองเลย ถ้าไม่มีก็คงไม่มีวันนี้
ปล. ที่พูดถึงยังแค่เพื่อนสนิท ฮือๆๆ 555question
ปล.2 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นดีๆครับ ทำให้ผมคิดได้แล้ว ขอบคุณจริงๆ

#5 By [Diablo]Amezon'Poori on 2008-07-21 15:32

แอบเห็นด้วยกับ comment ที่ 4 นะครับ

ผู้ชายเลือกแค่เป็นแฟน

หน้าตา -> นิสัย -> สมอง

แต่ เป็นแม่ของลูก

สมอง -> นิสัย -> หน้าตา

#6 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-08-03 21:46