ประนีประนอม
posted on 21 Apr 2009 20:25 by ambiguous in christianityการประนีประนอมคือ การยอมยกเลิกหลักการบางส่วนเพื่อจะได้สอดคล้องกับความคิดอีกแนวหนึ่ง ส่วนมากเมื่อเราอะล้มอล่วยกับบางสิ่งก็หมายถึง เราได้ลดมาตรฐานของตัวเองลงและกำลังเดินถอยหลังเข้าคลอง
-"ผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ," เจ. ออสวอลด์ แซนเดอร์ส
การมีจุดยืนและการยืนยันจุดยืนของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะสำหรับคริสเตียนที่มีจุดยืนมากมายไม่เหมือนคนอื่นเค้า และเนื่องจากเรายังต้องมีชีวิตร่วมกับคนอื่น การประนีประนอมก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายอย่างที่คริสเตียนไม่ทำนั้นมีเหตุผลระบุไว้ในพระคัมภีร์เช่น การกราบไหว้รูปเคารพ เข้าเจ้าเข้าทรง ดูดวง ทำนายโชคชะตา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้พระคัมภีร์ห้ามหมดไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว
แต่สำหรับบางคนไม่ทำก็มีสิทธิ์เป็นเรื่อง เช่นลูกชายคนโตจะไม่ไปเชงเม้ง
การประนีประนอมที่มักเกิดขึ้นก็คือ ไปช่วยผู้ใหญ่แต่ไม่ไหว้
ซึ่งอันนี้ดิฉันก็ไม่ขอตำหนิคนที่ประนีประนอมเลยสักนิดเดียว
เพราะเรายังจำเป็นต้องแสดงความรักความกตัญญูอยู่
ยิ่งเป็นงานรวมญาติครอบครัว เราก็ควรจะไปพบปะคนอื่น
แล้วพยายามอยู่ในขอบเขตที่เราทำได้
บางอย่างไม่ทำไม่เป็นไร แต่ห้ามคนอื่นไม่ได้
อย่างดูดวงนี้ชัดมาก ห้ามเพื่อนไม่ได้เลยทีเดียว หรือแม่ดิฉันเองก็เคยถูกญาติที่เป็นคริสเตียนห้ามเอาธูปเข้าบ้านมาแล้ว แม่โกรธมาก จะเอาพระเจ้าไปอ้างกับคนที่ไม่รู้จักพระเจ้าเขาก็ไม่เข้าใจเหตุผลของเราหรอกค่ะ
บางอย่างพระคัมภีร์ก็ไม่ได้พูดแน่ชัด แต่อาจจะยกเหตุผลอื่นมาประกอบได้ เช่นการสูบบุหรี่ ในเมื่อร่างกายของเราเป็นพระวิหาร (ที่สถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์) เราก็ควรดูและรักษาสุขภาพร่างกายให้ดี การเที่ยวกลางคืนแม้จะไม่ได้ทำอะไรเสียหายก็ไม่ควรทำอยู่ดี เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่เราจะพลาดพลั้งทำบาปได้ง่ายขึ้น พระเจ้าให้เราวิ่งหนีการทดลอง ไม่ใช่เข้าไปหามัน อะไรที่คนทั่วไปยังเห็นชัดว่าไม่ดีนี่ไม่ควรจะต้องสงสัยเลยว่าทำได้หรือไม่ได้
แต่หลายอย่างก็เป็นความเห็นส่วนตัว ที่เจอมากับตัวเลยคือมีคริสเตียนคนนึงที่ไม่ยอมไปดูหนังเรื่อง Stardust เพราะมันเกี่ยวกับเวทมนตร์คาถา ขนาด Harry Potter
ยังคนไม่ยอมให้ลูกอ่านเลยแล้วจะเอาอะไรกับแวมไพร์ twighlight
ที่ดังเป็นพลุแตกอยู่ในขณะนี้
มุมนึงก็เข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์คาถาจริงๆ
แต่ถ้าคุณมีวิจารณญาณและความเชื่อเข้มแข็งพอก็อย่าปิดหูปิดตามากจนเกินไป
Harry Potter นี่ธีมความรักยิ่งใหญ่มากนะคะ
โดยเฉพาะเล่มสุดท้ายนี่มีอะไรเปรียบเทียบกับชีวิตคริสเตียนได้เยอะทีเดียว
ถ้าคุณดู Narnia
ได้ Harry Potter ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่
หรือถ้าคุณคิดว่าการลองอ่านหนังสือแบบนี้มันไม่คุ้มกัน
ก็จงมั่นใจในจุดยืนของตัวเอง คุณไม่ได้พลาดไปมากนักหรอก
การประนีประนอมไม่ใช่เรื่องผิดไปซะทั้งหมด
การตัดสินใจนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สุดท้ายแล้วพระเจ้าก็ดูที่ท่าทีในใจเรานะคะ ไม่ใช่สิ่งที่เราทำ แต่ก็อย่าให้คนอื่นสะดุดเพราะเราด้วย
เมื่ออาิทิตย์ที่ผ่านมาที่โบสถ์ประชุมกัน ปีนี้โบสถ์จัดค่ายที่ราชบุรี
โรงแรมที่จะไปพักนั้นมีขายโอ่งใบเล็กๆ
ถึงกับต้องมาคุยกันว่าจะอธิบายกับลูกค่ายยังไง (บางคนไม่ใช่คริสเตียน) ไม่ให้ซื้อโอ่งที่เป็นลายมังกร เนื่องจากมังกรเป็นสัญลักษณ์ของซาตาน (ดูพระธรรมวิวรณ์)... จะบอกว่าไม่ให้ซื้อของที่ระลึกเลยคงไม่ได้ จะไปบอกโรงแรมไม่ให้เอาลายมังกรมาขายก็คงประหลาดเกินไป สรุปว่าซื้อโอ่งลายดอกไม้ไปแล้วกัน
“เราได้รับอนุญาตให้ทำ ทุกสิ่งได้” แต่ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งจะเป็นประโยชน์ “เราได้รับอนุญาตให้ทำทุกสิ่งได้” แต่ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งจะเป็นการเสริมสร้างขึ้น ทุกคนไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น... ดังนั้นไม่ว่าท่านจะกินหรือดื่มหรือทำอะไรก็ตาม จงทำทุกสิ่งเพื่อพระเกียรติสิริของพระเจ้า อย่าเป็นต้นเหตุให้ใครสะดุดไม่ว่าจะเป็นคนยิว คนกรีก หรือคริสตจักรของพระเจ้า เหมือนที่ข้าพเจ้าเองพยายามทำให้ทุกคนพอใจในทุกด้านเพราะข้าพเจ้าไม่ได้แสวง หาประโยชน์ส่วนตัว แต่แสวงหาประโยชน์ของคนทั้งหลายเพื่อให้พวกเขารอด
-1คร.10:23-33
#1 By Mika on 2009-04-22 11:23