Review: Twilight Saga

posted on 06 Jun 2009 22:51 by ambiguous  in review, translation

Twilight
New Moon
Eclipse
Beaking Dawn

by Stephanie Meyer

จริงๆแล้วตั้งแต่อ่านหนังสือจบทั้ง 4 เล่มก็สงสัย

ว่าทำไมมันดัง

เพราะจริงๆแล้วมันช่างไม่มีอะไรเลย

ภาษาก็งั้นๆ (ภาษาอังกฤษน่ะนะ) คำว่า beautiful นี่มีอยู่แทบทุกหน้า ไม่เข้าใจว่าเธอหาคำอื่นไม่ได้แล้วหรืออย่างไร เท่านั้นไม่พอ บทชมความงามก็มีเยอะเสียจนเกือบกลายเป็นน่าเบื่อ แม้แต่สีเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้มีความหลากหลายเล้ย คำว่า tan นี่ไม่รู้มีกี่ที่

ตัวละคร นอกจากพระเอกที่เพอร์เฟคซะขนาดนั้น นางเอกก็ไม่ได้โดดเด่นจนน่าประทับใจ ส่วนตัวแล้วคิดว่าตัวรองๆทั้งหลายยังดูมีมิติมากกว่าคู่นี้ซะอีก แต่ด้วยความเป็นตัวรอง บทพูดก็น้อย บทบาทก็น้อย ถึงจะน่าสนใจแต่ก็ไม่มีอะไรให้ค้นหาสักเท่าไหร่

เนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรเหมือนกัน แม้จะพยายามทำให้มันเป็น romantic และ action ในเวลาเดียวกัน เล่มที่แย่ที่สุดคงเป็น New Moon ซึ่งยืดยาดน่าเบื่อจนเกือบจะเลิกอ่านไปหลายรอบ

ที่น่าชมเชยอย่างเดียวก็คือดูเหมือนผู้เขียนจะมีคำตอบสำหรับเรื่องแวมไพร์ ทุกประเด็น (รวมทั้งมนุษย์หมาป่าด้วย) แทบจะไม่เจอช่องโหว่เลย แล้วด้านประวัติศาสตร์ก็ทำการบ้านมาพอสมควร ผสมผสานกันได้ไม่น่าเกลียด แต่ก็ทำเรื่องขาดความลึกลับไปเหมือนกัน คนอ่านแทบจะไม่ต้องคิดเอง ปิดหูปิดตาอ่านก็รู้เรื่องว่างั้น

แต่ถ้ามันไม่มีอะไรดีเลย

ทำไมมันถึงทำให้ผู้หญิงทั่วโลกคลั่งไคล้ใหลหลงได้ขนาดนี้

วันก่อนอ่านบลอคดีไซน์ (ซึ่งปกติก็มีแต่เรื่องดีไซน์) ได้เขียนถึงคำตอบในเรื่องนี้ไว้
อ่านแล้วฮาดี
ขอนำมาแปล (คร่าวๆ) ณ ที่นี้

...

คำเตือน: เนื้อหาในบลอคนี้อาจจะทำให้คุณขยะแขยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นสามีฉัน  

ตอนที่ฉัน update เรื่อง Twilight ใน facebook (อ้อ แล้วหน้าร้อนนี้ฉันก็จะอายุ 30 แล้ว ไม่ใช่ 13) น้องชาย*ของฉันคนนึงเขียนมาว่า "ช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยว่าทำไมใครๆก็พากันหลงใหลเรื่อง Twilight และโดยเฉพาะนายเอ็ดเวิร์ดนี่" ฉันคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับ Twilight ที่ได้ยินมาแค่เฉพาะในอาทิตย์ที่ผ่านมา: (1) ผู้หญิงคนนึงบอกเพื่อนว่าเธอเอาหนังสือไปอ่านช่วงฮันนีมูนและรู้สึกโมโหมาก ที่สามีของเธอนั้นไม่ใช่เอ็ดเวิร์ด (ตามมาด้วยคนแปลกหน้าแถวนั้นที่บอกเธอว่า "ฉันเข้าใจดีว่าเธอรู้สึกยังไง") (2) เจ้าของบลอคดีไซน์ที่ฉันติดตามอยู่ก็มีหนังสือ Twilight อยู่บนชั้นหนังสือใน facebook เหมือนกัน (3) และหลายคนใน facebook ถึงกับยกเลิกนัด โดดงาน ไม่ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส เพื่ออ่าน Twilight Saga มันมีอะไรที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆกลายเป็นบ้าไปได้

... ก็เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ไง

เรื่องมันเป็นอย่างนี้สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน เอ็ดเวิร์ดนั้นทำให้เรากรี๊ดกร๊าดเพราะเขาเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟค ทั้งหล่อ ทั้งรวย โรเมนติก ทุ่มเทให้ผู้หญิงเพียงคนเดียว เด็กหนุ่มที่ลึกลับ ช่างคิด นั่งเล่นเปียโนแต่งเพลงให้แฟนสาว แถมยังคอยบีบคอผู้ร้ายเพื่อปกป้องเธอด้วย มีคำพูดอย่าง "Your my own personal brand of heroin" และ "I don't think I have the strength to stay away from you any longer" ช่างเป็นส่วนผสมของนักกวี นักกีฬา นักปราชญ์ แถมยังเป็นวายร้ายด้วย สำหรับคนอาจจะพอเทียบได้กับยูนิคอร์น** แล้วการให้ Rob Pattinson มารับบทเอ็ดเวิร์ดก็เหมือนน้ำตาลโรยหน้าเค้กเลยทีเดียว น้องชายของฉันชี้ประเด็นนึงที่น่าสนใจ คือถ้าผู้ชายทั่วๆไปพูดอะไรอย่างนี้ให้ผู้หญิงฟัง เขาคงถูกหัวเราะเยาะ อาจจะถูกตบหน้าพร้อมคำสั่งให้ไปไกลๆ ซึ่งก็คงจริง แต่นี่เป็นเรื่องแต่ง เพราะฉะนั้นฉันก็จะไม่สนใจแล้วก็กรี๊ดกร๊าดต่อไป ผู้หญิงทุกคนอยากเป็นที่ปรารถนา แสวงหา ได้รับการปกป้อง และนั่นคือสิ่งที่เราได้รับจากการอ่านนิยายพวกนี้ (เพราะพูดกันตามตรงเราก็ไม่ได้รับจากผู้ชายในชีวิตจริง) เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณ Stephanie Meyer

...

สุดท้ายนี้เพื่อให้มันเกี่ยวข้องกับเรื่องดีไซน์สักหน่อยนึง นี่คือรูปบ้านที่ใช้เป็นบ้านของคัลเลนในหนังเรื่อง Twilight สวยงามทีเดียว และแม้ว่าจะมองไม่เห็นในรูปพวกนี้แต่เหตุผลหนึ่งที่ฉันชอบเอ็ดเวิร์ด ก็คือในหนังนั้นเขามี เก้าอี้ยาวของ Barcelona และ ชั้นหนังสือของ Sapien อยู่ในห้องด้วย แน่นอนฉันคงเป็นคนเดียวในโรงที่สังเกตเห็น! เวมไพร์รสนิยมดีขนาดนี้ ผู้หญิงจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีก ;)

- ที่มา

* หรือพี่ชาย
** ประโยคนี้ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน

 

...

สุดท้ายก็คงจริงอย่างที่เค้าว่า

คือเราก็แค่อยากจะหลบหนีความจริงกันเท่านั้นเอง

ก็แหม... 4 เล่มนี้ เราก็อ่านจบในเดือนเดียวเหมือนกัน =P

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ. . .

เข้ามาเห็นด้วยอีกแรงหนึ่ง
ว่าสาเหตุที่ปลื้มคือเราคงจะหาผู้ชายที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกประการในโลกแห่งความเป็นจริงนี้ไม่ได้
(แต่ถ้ามีจริงก็คงน่ารำคาญพอสมควร . .)

#1 By EyukiZ ; TiTii on 2009-06-06 23:00

คิดว่า twilight ไม่ต่างกับการ์ตูนตาหวานขายฝันให้เด็กผู้หญิง อ่านแล้วก็ทำให้หลายต่อหลายคนเคลิ้มตามและเพ้อฝัน จนลืมไปว่ามันก็ไม่ได้เขียนดีและไม่มีอะไรเลย

(และร็อบก็แก่เกินอายุ 17 มากๆ หึหึ)

#2 By [evylna] on 2009-06-06 23:24

ยูนิคอร์นมีส่วนเด่นๆคล้ายกับสัตว์หลายนิดไง ที่จริงมีสัตว์หลายชนิดที่น่าจะยกมาพูด แต่เข้าใจว่าที่ยกยูนิคอร์นเพราะว่ามันเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในฝ่ายดี

#3 By Life Goes On on 2009-06-07 16:34

ไม่ได้อ่านแต่ดูหนัง
พระเอกหล่อมากกกกก
แอบกรี๊ดกร๊าด ดิ้นพรวดพราดไปหลายตลบ
แต่..
แม่ดูแล้วบอกว่า "เนื้อเรื่องมีอะไรเหรอ ไม่เห็นสนุกเลย"
เนื้อเรื่องไม่มีอะไรจริงๆแหละ ขนาดน้องสาวดูก็บอกว่างั้นๆ แล้วก็เลิกดู

มีแต่เราที่คลั่งความเท่ห์ของพระเอกอยู่คนเดียวcry
ก็ผู้ชายแบบเอ็ดเวิร์ดหาได้แต่ในฝันกะฝนหนังสือชุดเล่มนี้ไง ถึงได้ถูกใจ ญ ซะเหลือเกิน

#5 By J.J. (112.142.11.138) on 2009-07-09 16:50

ถึง หนังหน้าทำด้วยยาง-รถ-อี-แต้น-รึไงค่ะ
ขอโทดนะ คือไม่อยากจะด่าซะเท่าไหร่^^
แต่มันทนไม่ได้จิงๆๆ
ที่จะมาใช้คำพูดทุเรสๆๆ ย้ำ คำพูดทุเรสๆๆ
พูดออกมาได้ว่ามันไม่ดี อย่างโง้น ไม่ดีอย่างนี้
คิดว่าตัวเองแต่งหนังสือเก่งนักหรอค่ะ
ถ้าคิดว่าเก่ง
ทำไมไม่แต่งหนังสืออ่านเองละ
แล้วที่บอกว่าไม่ดี
ทำไมถึงอ่านมาถึงเล่น4เลยละค่ะ
ขอโทดนะ
อ่านทำ หอก อะไรมาถึงเล่ม4
ทำไมไม่เลิกอ่านตั้งแต่เล่ม1ละ
เห็นพูดว่า"New Moon ซึ่งยืดยาดน่าเบื่อจนเกือบจะเลิกอ่านไปหลายรอบ"
ทำไมไม่เลิกอ่านไปเลยละ
บ่นอยู่ได้
ทุเรสจิงๆๆ
ขออีกรอบนะ
ถ้าคิดว่าคนอื่นแต่งไม่เก่ง ก็อย่าอ่านสิค่ะ
อ่านทำ หอก ย้ำ อ่านทำ หอก อะไร
แต่งเองอ่านเองสิค่ะ
หวังว่าที่พูดไปคงจะ ซึมซับ สมองอันน้อยๆๆของเทอนะ
อ๋อ แล้วถ้ามีปัญหาอะไร
ก็แอดมาได้
luknut_soda@hotmail.com
ยินดีด่าต่อค่ะ
ไม่กลัวอยู่แล้ว ^^
ไปก่อนนะ
หวังว่าจะได้เจอกันใหม่^^
บาย ยัย...หนังหน้าทำด้วยยาง-รถ-อี-แต้น-รึไงค่ะ

#6 By luknut (61.90.5.166) on 2009-08-09 20:29

อย่างอื่นก่อนเลยนะขอบอกว่า
ถ้าอ่านเเล้วไม่ชอบ จาอ่านทำ ซาก อะไร
บ้ารึป่าวอ่ะ อ่านเเล้วไม่ชอบ เ
จะเสีย ตัง ซื้อเพื่อ มาอ่านให้เปลืองตัง
โง่!!! ถ้าไม่ชอบจริงไม่มีใคร
เค้าซื้อมาอ่านต่อ หรอกย่ะ
open-mounthed smile

#7 By no name (58.8.127.123) on 2009-09-14 21:31

ความชอบของคนเราก็ต่างกันไปล่ะนะ
แต่มันตะหงิดๆตรงที่หนังสือมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ
ถ้ามันแย่ขนาดนั้นแล้วทำไมอ่านจนจบทั้งสี่เล่มเลยอ่ะ
แปลกจังนะ

คุณจะให้นิยายมีอะไรเหรอ ถามจริง?
นี่มันนิยายนะคะ ไม่ใช่ตำราเรียน
อ่านความเห็นของคุณแล้วเราเซ็งอ่ะ
เหมือนพวกดูถูกแฮรี่ พ๊อตเตอร์ ว่าเป็นวรรณกรรมเด็กปัญญาอ่อนยังงั้น
คุณไม่ชอบไม่้ต้องมาทำเป็นรู้ดีหรือวิจารณ์ซะเละแบบนี้ก็ได้นะ
หรือคุณสามารถแต่งหนังสือที่ดีกว่านี้ได้
สามารถแต่งเรื่องที่คนจะยอมรับมากกว่านี้ได้
ถ้าคุณทำได้เมื่อไรกรุณาบอก ฉันจะกลับมาพร้อมกับคำขอโทษอย่างจริงใจ

คงจะจริงที่มีคนเคยพูดไว้ว่า

โลกนี้มีคนอยู่สองประเภท คือ คนที่ทำดีแล้วโดนด่า กับพวกวันๆไม่ทำห่าแล้วด่าคน


#8 By แต่งมาให้อ่านสักเรื่องสิ (124.121.190.117) on 2009-09-21 16:24

อิอิ
โดนด่า
55555+
สะใจโว้ยยยยยยยยยยยยยย
แต่งเองอ่านเองเลยสิค่ะ
555555555555555555555
สะใจสุดๆจิงๆ
อยากเห็นหน้าคนวิจารณ์จัง
ว่ามีรอยตีนติดอยู่รึป่าว
5555555confused smile

#9 By อิอิ (58.8.88.198) on 2009-09-22 20:18

เห็นด้วยกะ คห.6 นะคะ!!

ถ้าไม่ชอบอ่ะ อ่านทำไม??

รึว่าเธอมี อคติ กะ เอ็ดเวิร์ด ห๊ะ!!

เป็นโรคจิตอะไรล่ะ อ่านเเม่ง ถึง เล่ม4

เเต่งเอง อ่านเองมะล่ะ??

เเล้วไอคำว่า beautiful อ่ะ มันมีทุกหน้าน่ะใช่

เเต่มันไม่ได้อยู่บนหน้าเธอนิ

หน้าเธอก้อคงมี เเต่คำว่า disgusting แปะอยู่

บนหน้าเธออ่ะ โห๊ะๆ ลืมไป คนอย่างเธออาจจะอ่าน

คำๆนั้นไม่ออกล่ะสิ เเต่ถ้ามีปัญญามาก พอ

คงต้องวิ่งไปที่นา เเล้ว เรียก ควาย มาช่วยเเปล

คำนี้ให้ทีน่ะสิ (ควายมันยังฉลาดกว่าคุณเล้ยย)

ไปล่ะ ไม่อยากจะเสียเวลามากในเว็บบอร์ดนี้

#10 By สักครั้ง (58.8.117.130) on 2009-09-24 17:57

big smile
ทำไมถึงวิจารณ์อย่างนี้ละค่ะ
ไม่รู้หรอว่าคำพูดของคุณ น่าเกลียดมาก คือมันเกินไปน่ะอ๋อๆๆ หรือว่าที่บ้านไม่มีหนังสืมสมบัติผู้ดีให้อ่านค่ะ
พ่อกับแม่คงไม่ได้ซื้อมาไว้ละซิ
น่าสงสาร น่าสงสาร จังเลยนะค่ะ
วันหลัง-หัด-เข้าห้องสมุดซะบ้างนะ
จะได้มีสบบัติผู้ดีติดตัวไว้
เผื่อเอาไว้นะค่ะ
เดี๋ยวสักวันจะมี รอยตีน ย้ำ รอยตีนติดหน้า
ด้วยความปราถนาดีนะค่ะ ^^

#11 By ทำบ้าอะไร (58.8.91.210) on 2009-09-24 18:00

อ่านที่เขียนวิจารณ์ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก...
แต่พออ่าน comment ที่มาตอบแล้วรู้เลยครับว่าคนชอบเรื่องนี้มากจริงๆ ใจเย็นกันนะครับ... ;)

#12 By ไผ่ (58.8.83.194) on 2009-09-30 21:30

ค.ห.ที่***12***
น่ารักจังเลย open-mounthed smile

#13 By No name (61.90.5.7) on 2009-10-02 13:23

คุณพูดเกินไปรึป่าวน่ะ
sad smile

#14 By bam (58.8.221.91) on 2009-10-09 11:56