christianity

หาย!

posted on 09 May 2005 18:32 by ambiguous  in christianity

เราจะเป็นโรคอยู่อย่าง เวลาปวดหัวมากๆจะอาเจียน เข้าใจว่าเป็นไมเกรนประเภทนึง กินยาอะไรก็ไม่หาย แต่ก็ไม่เคยไปหาหมอจริงๆจังๆหรอก เพราะพออาเจียนเสร็จก็จะหายปวดหัว แล้วนานๆถึงจะเป็นสักครั้ง ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง อากาศไม่ดี อาหารไม่ย่อย คนแน่นๆ ฯลฯ

แต่หลังๆเริ่มเป็นหนัก ปวดหัวนานกว่าเดิม หลังอาเจียนไปแล้วก็ยังปวด ปวดกันข้ามวันข้ามคืน กินอะไรไม่ได้ เพราะน้ำเปล่าก็ยังอาเจียนออกมาหมด

ก่อนไปญี่ปุ่นเราก็อธิษฐานเกือบทุกวัน ขออย่าให้ไม่สบายตอนไปเที่ยวเลย เพราะถ้าปวดหัวขึ้นมาเนี่ยนะ ดิฉันพาลหงุดหงิดใส่ทุกคนได้

ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี จนมาถึงโตเกียวแล้วไปเดินฮาราจูกุ คนมันเยอะมาก (ลองนึกถึงสยามนะ แล้วคูณคนเข้าไปสัก 5 เท่า) เย็นนั้นเราก็ปวดหัวเลย ก็ยังอธิษฐานอยู่นะ เพราะวันรุ่งขึ้นจะไปดิสนีย์แลนด์ เราไม่อยากให้ทุกคนมาเสียอารมณ์หมดสนุกไปด้วย แล้วคืนนั้นก็ไม่ได้อาเจียน แต่อาการปวดหัวก็ยังอยู่มาถึงอีกวันนึง ปวดเป็นระยะๆไปถึงบ่าย แล้วอยู่ๆก็หายไปเอง

ผิดปกติมาก แต่ก็ขอบคุณพระเจ้า

กลับมาถึงกรุงเทพ น้องชวนไปจตุจักร ก็อยากจะไปเป็นเพื่อนน้องอ่ะ แต่กลัวไม่สบายก็กลัว เพราะทุกครั้งที่ไปเราจะต้องมีอาการทุกที แรกๆคิดว่าเป็นเพราะอาหาร อาจจะไม่สะอาด เลยเลิกกิน แต่ก็ไม่หายนะ จากที่เคยคิดว่าจะไม่ไปจตุจักรอีกเลยก็เลยอธิษฐานอีก บอกพระเจ้าว่าไม่อยากเป็นแล้ว ขอให้ไม่เป็นไรเถอะ

เมื่อวานนี้ ออกจากบ้านไปจตุจักรด้วยกัน 4 คน พ่อเราเอาชาเย็นใส่แก้วขึ้นรถไปด้วย ขอบอกว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีแก้วใบนี้อยู่ในบ้านด้วย ไม่เคยใช้เลยอ่ะ ตอนเราถือเราก็ดู ข้างที่เราอ่านเลยนะ เขียนว่า

With God, all things are possible.
(สำหรับพระเจ้า ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้)

ทั้งบ้านมีเราเป็นคริสเตียนอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเรารู้ได้เลยว่าไม่ว่าจะได้แก้วนี้มายังไง ไม่ใครเคยสนใจหรอกกว่ามันจะพิมพ์ลายอะไรไว้ ขอให้มีใช้ได้ก็พอ

แต่สำหรับเรามันมีความหมายมากเลยนะ หลังจากนั้นเราก็ท่องประโยคนี้ไปตลอดทาง

เดินจตุจักร 4 ชั่วโมง
ไม่เป็นอะไรเลย ปวดหัวก็ไม่ปวด
กลับมาถึงบ้านก็ไม่หงุดหงิด ไม่ต้องล้วงคอ ไม่ต้องลุกจากที่นอนขึ้นมาทุก 2 ชั่วโมง

ดีใจ

และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต
และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค
และถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้
ยากอบ 5: 15

อยากจะกอดพระเจ้าจัง


edit @ 2005/05/09 19:11:42

เกรด

posted on 05 May 2005 11:02 by ambiguous  in christianity

ปีที่แล้ว เดือนพฤศจิกา เราไปสมัครฝึกงานที่บางกอกโพสต์ BPSW เขาให้เวลาครึ่งชั่วโมงเขียนเรียงความหัวข้อ วันที่มีความสุขที่สุด
เราเลือกเขียนเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเทอมแรก
ตอนนั้นเราลงเรียนไป 22 หน่วย 10 วิชา เต็มพิกัดพอดี
เหนื่อยสุดๆ
เรียน กลับหอ ทำการบ้าน อ่านหนังสือ แล้วก็นอน ทำอยู่แค่นั้นจริงๆ อ่านหนังสือเกือบตลอดเวลา เสาร์อาทิตย์ก็หอบหนังสือกลับมาอ่านที่บ้าน บนรถก็ยังอ่านเลยอ่ะ เพื่อนถ้าไม่ได้เรียนวิชาเดียวกันก็คือไม่เจอเลย หายใจเข้าหายใจออกนี่นะไม่มีเรื่องอื่นนอกเรื่องเรียน
เกิดมาไม่เคยเรียนหนักขนาดนี้มาก่อน
ที่หอก็ไม่มีใครให้บ่นด้วย เพราะตอนนั้นอยู่คนเดียว กลับบ้านมาก็เจอน้องเราที่เรียนหนักยิ่งกว่าซะอีก คนนี้อ่านไม่ยอมหลับยอมนอน อยู่บ้านไม่ทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากอ่านหนังสือ เห็นแล้วพูดไม่ออก
ชีวิตเป็นแบบนั้น ทุกวัน จนในที่สุด วันนึงพี่ที่โบสถ์ก็ถามเรา เรียนเป็นยังไงบ้าง
เท่านั้นแหละ
ร้องไห้
ร้องไห้ในโบสถ์เลย
เพิ่งรู้ว่าตัวเองทนไม่ไหวแล้ว
พี่เค้าบอกว่าจะอธิษฐานเผื่อ

ดีใจมาก

ไม่น่าลืมได้เลยว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย ไม่ใช่แค่มีคนอื่นเป็นกำลังใจให้หรอกนะ แต่เรายังมีพระเจ้าด้วย เราลืมพระเจ้าไปได้ยังไง

คิดถึงเพื่อนอีกคนที่โบสถ์เดียวกัน เคยเป็นพยานให้ฟัง
เค้าจะอธิษฐานก่อนอ่านหนังสือทุกครั้ง
เกรดขึ้นจาก 1 กว่าๆมาเป็น 3 ได้อ่ะ

หลังจากนั้นเราก็เริ่มอธิษฐานมากขึ้น แบ่งเวลามาอ่านพระคัมภีร์มากขึ้น

ปลายภาคผ่านไป วิชาที่คิดว่าทำไม่ค่อยได้ก็ยังได้คะแนนดีพอสมควร เกรดได้ตั้ง 2.98 แน่ะ

วันนั้นแหละที่มีความสุขที่สุด

ถึงเทอม 2 ดิฉันก็ยังไม่เข็ดค่ะ ลงเกิน 22 อีก 1 เป็น 23 หน่วย 11 วิชา (ต้องไปขอลงเพิ่มเป็นกรณีพิเศษด้วยนะ)
เตรียมตัวได้ล่วงหน้าว่าจะเจอนรกแบบเดิม
แต่กลายเป็นว่าไม่หนักเท่าเดิมแฮะ
สบายขึ้นจริงๆ มีเวลาไปไหนมาไหนบ้าง ไม่เครียดอย่างที่เคย

แล้วเกรดออกมาก็ได้ 3.37

ถ้าไม่ใช่เพราะมีพระเจ้า

เรารู้ เราทำไม่ได้

อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า
อย่าขยาด เพราะเราเป็นพระเจ้าของเจ้า
เราจะหนุนกำลังเจ้า เออ เราจะช่วยเจ้า
เออ เราจะชูเจ้าด้วยมือขวาอันมีชัยของเรา
อิสยาห์ 41: 10