review

review: I Am Legend

posted on 18 Dec 2007 19:40 by ambiguous  in christianity, review

I Am Legend
Will Smith
2007

มาพูดถึงหนังเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลยแล้วกัน

- การกระทำของมนุษย์
อย่างที่พูดไปในเอนทรีที่แล้วว่า สิ่งที่เลวร้ายในโลกนี้หลายอย่างเกิดขึ้นจากบาปของมนุษย์เอง แต่พระเจ้าก็ทรงใช้สิ่งเหล่านี้ในแผนการของพระองค์ได้เช่นกัน และแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่พระเจ้าก็ทำให้เกิดผลดีได้ เราอาจจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เราอาจจะทำให้คนอื่นได้รู้จักพระเจ้า และตัวเราเองก็มีความเชื่อที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วย พระเจ้าบอกให้เรายืนหยัดในความเชื่อจนถึงที่สุด และพระองค์จะนำเราผ่านความทุกข์ยากเหล่านั้น "พระเจ้ายังรักเราอยู่"

- การอธิษฐาน
อุตส่าห์มีฉากอธิษฐานด้วย มีคนเคยพูดไว้ว่า จงอธิษฐานเหมือนทุกสิ่งขึ้นอยู่กับพระเจ้า แล้วทำทุกอย่างเหมือนทุกสิ่งขึ้นอยู่กับเรา ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด แล้วฝากผลที่จะเกิดขึ้นไว้กับพระเจ้า

- การทรงนำ
พระเจ้ามีวิธีพูดกับเรา โดยผ่านพระวจนะ (พระคัมภีร์) ผ่านผู้เชื่อคนอื่นๆ และผ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างในเรื่องนี้พระเจ้าทรงดลใจให้ผู้หญิงคนนึงเปิดวิทยุ ได้ยินเสียงของพระเอก แล้วมาช่วยชีวิตพระเอกไว้ได้ ในตอนท้ายพระเอกก็ได้ยินเสียงของลูกสาว แล้วตระหนักว่าผู้หญิงคนนี้มาพบเขาเพื่ออะไร

- สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
มีคนเคยตั้งคำถามว่า ถ้านี่เป็นยุคสุดท้ายที่เราต้องเผชิญความยากลำบาก เราอยู่คนเดียว และพระเจ้าอนุญาตให้เราเลือกมีได้เพียงสิ่งเดียว เราจะเลือกอะไร บางคนเลือกพระคัมภีร์ บางคนเลือกเครื่องดนตรี แต่คนตั้งคำถามเองขอคนหนึ่งคน จะเป็นใครก็ได้ ในหนังเรื่องนี้เห็นได้ชัดเลยว่าจริงๆแล้วเราต้องการใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างเรา ในเวลานั้นเงินไม่สำคัญ ทรัพย์สินสิ่งของก็สำคัญ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าเพื่อนสักคน

- ธรรมชาติของมนุษย์
ก่อนพระเอกจะส่งลูกกับภรรยาออกจากเกาะ มีผู้หญิงคนนึงขอร้องให้เอาลูกเขาไปด้วย พระเอกไม่สนใจ อาจจะดูใจร้าย แต่ความจริงก็คือเราต้องเห็นแก่ตัวเองและคนที่เรารักก่อน หรือแม้แต่คนที่กลายพันธุ์ไปแล้วก็ยังมีสัญชาตญาณที่จะเอาชีวิตรอดอยู่

- ความมืดกับความสว่าง
เป็นธีมที่คลาสสิคมาก พระคัมภีร์พูดอยู่เสมอว่าอะไรที่ไม่ดีมักจะหลบซ่อนอยู่ในความมืด ความมืดไม่มีวันเข้ากับความสว่างได้ และเมื่อมีความสว่างก็จะไม่มีความมืด วิธีง่ายๆวิธีหนึ่งที่เราจะประเมินการกระทำของตัวเราเองว่าดีหรือไม่ดีก็คือ เรากล้าจะประกาศให้ทุกคนรู้หรือไม่ เรากล้าจะทำสิ่งนั้นใน "ความสว่าง" รึเปล่า

โดยส่วนตัวแล้วประทับใจที่หนังเรื่องนี้ไม่ "เละ" เท่าบางเรื่องที่เนื้อหาคล้ายๆกัน แต่ก็ทำได้น่ากลัวและตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง กระชับดี

วันนี้ฟังเพลงแล้วรู้สึกเข้ากัน

...

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเมตตากรุณา
สุดท้ายแล้ว...

ถ้าฉันบอกอะไรบางอย่างแก่โลกนี้ได้
ฉันจะบอกว่าเราทุกคนไม่เป็นไร
และอย่างกังวลเลย เพราะความกังวลนั้นไร้ประโยชน์
ไร้ค่าในเวลาเช่นนี้
แต่ฉันจะไม่ไร้ค่า
จะไม่อยู่เปล่าๆด้วยความสิ้นหวัง
ฉันจะยึดความเชื่อไว้ให้มั่น
เพราะความมืดนั้นกลัวแสงสว่างมากที่สุด

ฉันรู้ดีว่าฉันมีเพียงมือเล็กๆ
แต่นี่ไม่ใช่มือของเธอ เป็นมือของฉันเอง
แต่นี่ไม่ใช่มือของเธอ เป็นมือของฉันเอง
และฉันจะไม่มีวันแตกสลาย

ความยากจนขโมยสิ่งที่มีค่าไป
แต่ความยากจนขโมยเสียงหัวเราะไปไม่ได้
บางครั้งฉันก็เจ็บปวดหัวใจ
แต่ความเจ็บปวดก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป

เราไม่ได้ต่อสู้ด้วยความเกลียดชัง
แต่เรายืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง
เพราะในที่ๆคนไม่มีเสียงจะเปล่งออกมา
เราจะยังคงร้องเพลง

ฉันรู้ดีว่าฉันมีเพียงมือเล็กๆ
แต่นี่ไม่ใช่มือของเธอ เป็นมือของฉันเอง
แต่นี่ไม่ใช่มือของเธอ เป็นมือของฉันเอง
และฉันจะไม่มีวันแตกสลาย

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเมตตากรุณา
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุ็ดคือความเมตตากรุณา
ฉันจะคุกเข่าลงและอธิษฐาน
ฉันจะคุกเข่าลงและอธิษฐาน
ฉันจะคุกเข่าลงและอธิษฐาน

ฉันรู้ดีว่าฉันมีเพียงมือเล็กๆ
แต่นี่ไม่ใช่มือของเธอ เป็นมือของฉันเอง
แต่นี่ไม่ใช่มือของเธอ เป็นมือของฉันเอง
และฉันจะไม่มีวันแตกสลาย
เราจะไม่มีวันแตกสลาย

เราเป็นดวงตาของพระเจ้า
เป็นมือของพระเจ้า
เป็นมือของพระเจ้า
เราเป็นดวงตาของพระเจ้า
เป็นดวงตาของพระเจ้า
เราเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นพระเจ้า
เราเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นพระเจ้า
เราเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นพระเจ้า
-Hands (Christmas Version), Jewel

review: The Best Damn Thing

posted on 16 Jun 2007 12:38 by ambiguous  in review

The Best Damn Thing
Avril Lavigne
2007

ขอพูดความจริงว่า...

เธอทำเพลงได้แย่ลงเรื่อยๆ

ตอนอัลบัมแรก Let Go นี่ชอบมากเลยนะ
อายุเท่านี้จะมีความคิดมืดมนบ้างเป็นเรื่องปกติ
แต่มีหลายอย่างที่ใช้ได้เลย ลึกซื้งพอสมควร
ทำให้อยากรู้ว่าเด็กคนนี้โตขึ้นจะเป็นยังไง
จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดแบบไหน

อัลบัมที่สอง Under My Skin ก็ยังพอไหว
แต่ไม่ประทับใจเท่าไหร่ รู้สึกเนื้อหามันไม่ค่อยโตขึ้นเท่าที่คาดไว้

พอมาถึงอัลบัมที่สาม The Best Damn Thing นี่เหมือนเชียร์ลีดเดอร์ไร้สมอง...
นอกจากความรักแบบเด็กๆแล้วก็มีแต่เพลงด่าผู้ชาย (and of course the rest of the world) ซึ่งก็น่าฟังเฉพาะเวลาคุณอยากจะด่าใครให้สะใจเท่านั้น ทั้งโลกมันผิดหมด มีฉันถูกอยู่คนเดียว ประมาณนั้นเลย
ยิ่งเทียบกับคนที่ร้องเพลงสไตล์คล้ายๆกันอย่าง Michelle Branch หรือ Kelly Clarkson
อัลบัมนี้เด็กมากๆ

ถ้ามันออกมาตอนคุณเธออายุ 16 เราก็อยากจะอภัยให้อยู่หรอกนะ
แต่นี่มันไม่ใช่แล้ว

Avril really did turn evil this time.

=(

review: A Walk to Remember

posted on 26 Aug 2006 13:33 by ambiguous  in christianity, review

A Walk to Remember
Shane West, Mandy Moore
2002

ความรักของนักเรียนม.ปลาย เรื่องที่เหลือเดาได้

ครั้งแรกที่ดูเรื่องนี้ไม่ประทับใจเลย รู้สึกว่ามันน้ำเน่าไป
แต่เมื่อวานนี้ได้ดูในกลุ่มแคร์อีกครั้งนึง พอมามองในมุมมองของคริสเตียนก็มีอะไรดีๆเยอะเหมือนกันนะ

นางเอก
มีจุดยืนดี ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองว่ายังไง จะโดนแซวมั้ย มีมาตรฐานของตัวเอง แล้วที่สำคัญนางเอกทำกิจกรรมเยอะมาก คือเข้าสังคมกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับจุดยืนของเค้าโดยไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่โกรธ แล้วก็ไม่ละอายกับความเป็นตัวของตัวเอง การเป็นคริสเตียนไม่ควรจะเหมือนคนอื่นนะ ถ้าไม่ต่างจากคนอื่นเลยนี่ควรจะคิดมากได้แล้วล่ะ
มีเป้าหมายในชีวิต ถามว่าทุกคนรู้มั้ยว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องตาย รู้อยู่แล้ว แต่คนที่รู้เวลาตัวเองเหลือน้อยแค่ไหนก็ยิ่งพยายามใช้ชีวิตให้คุ้มค่า การทำรายการออกมาว่าเราอยากจะทำอะไรบ้างในชีวิตก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดี
มีอิทธิพลต่อคนอื่น ด้วยความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ น่าคิดเหมือนกันว่าชีวิตของเรามีอิทธิพลที่ดีแบบนี้รึเปล่า คนอื่นมองชีวิตเรายังไง แล้วเค้าได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเพราะได้รู้จักเรารึเปล่า
ใกล้ชิดกับพระเจ้า นางเอกบอกว่าไม่อยากโกรธพระเจ้า แสดงว่าเค้าก็ต้องพูดกับพระเจ้าเหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกยังไง ตอนที่เค้าคิดได้ว่าพระเจ้าทรงมีแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เค้าวางไว้สำหรับตนเอง หรือตอนที่บอกพระเอกว่าถ้าไม่มีความทุกข์ก็จะไม่เห็นความเมตตา หรือตอนที่บอกว่าความรักเหมือนสายลมก็ทำให้นึกถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่พลาดไม่ได้ก็เรื่องความรักจาก 1โครินธ์ 13:4-8

ความรักย่อมอดทนนาน ความรักคือความเมตตา ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิด ความรักไม่ปีติยินดีในความชั่ว แต่ชื่นชมยินดีในความจริง ความรักปกป้องคุ้มครองเสมอ ไว้วางใจเสมอ มีความหวังอยู่เสมอและอดทนบากบั่นอยู่เสมอ ความรักไม่มีวันสูญสิ้น

รักคนอื่น คือทำอย่างที่ตัวเองเชื่อ อดทนกับพระเอกมาก เป็นเราคงไม่ยุ่งกับมันตั้งแต่แรก แต่นางเอกก็เห็นความดีในตัวคนอื่นนะ แล้วก็มีความเชื่อว่าเค้าจะเปลี่ยนแปลงได้ รักคนที่ไม่น่ารักนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย

พระเอก
ไม่ใช่คนไม่ดี แต่เป็นคนที่หลงผิดไปมากกว่า คนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ จริงๆแล้วไม่มีใครเป็นคนเลวร้อยเปอร์เซ็น แต่อยู่ที่เราจะพัฒนาด้านไหนของเรามากกว่า แล้วเราเลือกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน เลือกคบใคร ทุกอย่างมีผลต่อการตัดสินใจของเรา
กล้าเปลี่ยนตัวเอง ถึงตอนแรกจะยังลังเลอยู่บ้างแต่พอเค้ามั่นใจเค้าก็กล้าเปลี่ยนตัวเองจริงๆ กล้าตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ไม่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรักนางเอก อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าเค้ารู้ตัวดีว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรจะทำ พอเขียนรายการที่ตัวเองอยากทำขึ้นมาแล้วเค้าก็พยายามทำให้ได้ด้วย ไม่ได้เปลี่ยนตัวเองด้วยคำพูดเท่านั้นแต่ลงมือทำจริงๆ
เอาชนะความขมขื่น (เป็นศัพท์คริสเตียนมากๆ ไม่รู้คนทั่วเค้าเรียกว่าไร) กับพ่อที่ทิ้งไป ไม่ใช่เค้าไม่รักพ่อนะ เพราะอยากจะเป็นหมอเหมือนพ่อ แล้วพอเดือดร้อนก็ไปขอให้พ่อช่วยเป็นคนแรก คนที่รักเราน่ะพร้อมจะยกโทษให้เราและคืนดีกับเราอยู่แล้ว เราต้องกล้าขอโทษ เมื่อรู้ว่าตัวเองทำผิด รู้ว่าทำร้ายคนอื่น ก็ต้องขอโทษอย่างจริงใจ เรื่องแบบนี้ต้องเอาชนะความหยิ่งของตัวเองให้ได้ ตอนหลังนอกจากจะคืนดีกับพ่อแล้วก็ยังคืนดีกับเพื่อนๆด้วย
มีความรักที่รวมคนอื่นๆด้วย คือรวมถึงครอบครัวของทั้งสองฝ่าย เพื่อนๆ หลายคนเปลี่ยนไปเพราะความสัมพันธ์ของพวกเค้าด้วย ยังขอยืนยันว่าความรักไม่ใช่เรื่องของคนแค่สองคน

พ่อนางเอก
เป็นผู้รับใช้ ประมาณศิษยาภิบาล งานนี้ไม่ใช่สบายนะ ผู้นำคือผู้รับใช้จริงๆ จะเห็นในเรื่องเค้าซ้อมเทศน์ จะเทศน์ทีนี่ต้องเตรียมต้องซ้อมกันเป็นสิบชั่วโมงนะคะ
สอนลูกได้ดี ทั้งๆที่เลี้ยงลูกคนเดียว ตอนพยายามจะพูดกับลูกเรื่องแฟนนี่เห็นเลยว่าเค้าอึดอัด แล้วมีมาตรการประเภทห้ามลูกเดท แต่ถึงจะห่วงลูกยังไงเค้าก็เชื่อใจลูก ให้ลูกตัดสินใจเอง แล้วก็พูดกันด้วยเหตุผล

ปล.
พี่น้อยหน่า - จะรอค่ะ อิอิ
ซัง - แปลเพลงจากไทยเป็นอังกฤษพี่ก็เคยนะ แต่ครั้งเดียวมั้ง ไม่รู้อยู่ไหนแล้ว แล้วจะหามาให้ดู

=)