studies

ภาษาที่สาม

posted on 26 Feb 2005 18:31 by ambiguous  in studies

ด้วยความตื่นเต้นอยากโหลดเพลง เมื่อคืนนี้กลับมาเล่นเนทอีกรอบ เจอเพื่อนคนญี่ปุ่นในเอ็มพอดี เราเลยถามเค้าว่าชอบนักร้องคนไหน เผื่อเราจะลองฟัง

เค้าก็แนะนำเวบญี่ปุ่นที่มีเพลงให้โหลด บอกว่าให้ลองไปดูถ้าคอมเรามันอ่านฟอนท์ญี่ปุ่นได้อ่ะนะ
เราก็ตอบไปว่าคอมน่ะได้ เราสิที่ไม่ได้

จริงๆพอทำได้นะ
แต่ขี้เกียจอ่ะ

อุตส่าห์มีเวบไทยให้ก็ไปใช้เวบไทยเหอะ


เพิ่งสำนึกว่าตัวเองไม่เคยพูดภาษาญี่ปุ่นกับคนญี่ปุ่นเลยทั้งๆที่มีเพื่อนญี่ปุ่นอยู่หลายคน
คิโยโนะ เป็นเพนเฟรนด์ ใช้ภาษาอังกฤษตลอด ตอนเค้ามาเมืองไทยก็พูดกันแต่ภาษาอังกฤษ พูดเก่งเชียวแหละ

โคเฮ คนนี้ยังไม่ได้เจอ เขียนอย่างเดียว แต่ก็เป็นภาษาอังกฤษอยู่ดี
ปิแอร์ เป็นคนญี่ปุ่นนะ แต่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อภาษาญี่ปุ่นเค้าชื่ออะไร พูดญี่ปุ่นได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ภาษาอังกฤษดีเหลือเกิน

โนโซมิ เจอกันที่นิวซีแลนด์ (จะได้พูดมั้ยเนี่ยภาษาญี่ปุ่น) ตอนนี้ย้ายมาอยู่เมืองไทย เริ่มพูดภาษาไทยคล่องแล้วด้วยเพราะแฟนเป็นคนไทย

ทาเกะ เจอกันพร้อมโนโซมิ แต่ตอนนี้อยู่สิงคโปร์ ล่าสุดที่ตอนมากรุงเทพโนโซมิต้องแปลไทยเป็นญี่ปุ่นให้ฟัง

จะมีเพื่อนไว้ทำไมเนี่ย

แล้วเรียนมาตั้งหลายปี ก็ควรจะพูดได้บ้างนะ

เมื่อวานนี้เหมือนกันไปสอบพูด ภาษาญี่ปุ่นนี่แหละ
ผิดๆถูกๆไปตามเรื่อง

สอบเสร็จอจ.ก็ถามว่าปีหน้าไม่มีวิชาฟังพูดแล้ว จะเป็นพวกอภิปรายกับสื่อสาร (พูดง่ายๆคือยากกว่าเดิม) แต่เธอก็น่าจะเรียนได้นะ มามั้ย
ในใจ:
ใครจะเรียน ปีหน้าวัฒธนธรรมญี่ปุ่นอีกตัวเดียวเราก็จบสิ้นกับวิชาโทแล้ว พอเถอะ
แต่ตอบจริง: ยังไม่ได้ตัดสินใจค่ะ

เล่าให้เพื่อนเอกอังกฤษที่โทเกาหลีฟัง เพื่อนบอกว่า
นั่นยังดีนะ ตอนเค้าถามเราว่าจะเรียนภาษาเกาหลีต่อมั้ย เราตอบเลยว่าไม่ค่ะ

กล้ามาก

มันก็ไม่ใช่ไม่อยากเรียนนะ ถ้าไม่เครียดก็น่าเรียนอยู่หรอก
แต่เรียนเป็นวิชาโทมันโดนพวกเอกกดดัน เพราะมันใช้ข้อสอบเดียวกันไง บางทีอะไรที่โทไม่ได้เรียนก็เอามาออก ไม่เห็นใจกันมั่ง แล้วโทก็มีอยู่แค่ 4 คน บ่นไม่ได้อีก

แถมวิชาเอกก็งานน้อยเหลือเกิน หนังสืองี้เป็นตั้ง

ส่วนใหญ่คนที่เรียนเอกภาษา ไม่ค่อยเอาอีกภาษาเป็นโทหรอก แต่ก็ว่าไม่ได้อีก ปีนี้เอกอังกฤษมีโทภาษาที่สามเยอะมาก ทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส จีน เกาหลี ญี่ปุ่น แต่รุ่นนี้ไม่มีใครในเอกอังกฤษเรียนโทภาษาไทยนะ แปลกป่ะ ทั้งที่ๆเป็นวิชาที่น่าเรียนมาก

ตัวเราเองก็คงถนัดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาญี่ปุ่นด้วยแหละ ตอนพูดญี่ปุ่นก็เกือบจะหลงไปอังกฤษมาหลายทีละ
ที่เลือกเรียนญี่ปุ่นก็เพราะชอบนะ แต่ถ้าเลือกได้อย่างเดียว ให้เลือกกี่ทีเราก็เอาอังกฤษอยู่ดี
แล้วถ้าให้เอาไปทำงานหรือเรียนต่อ เราว่าภาษาอังกฤษจะมีทางเลือกเยอะกว่า (ถึงญี่ปุ่นจะเงินดีก็เหอะ)

แต่เรียนภาษาน่ะ เดี๋ยวนี้แค่สองมันก็ไม่ค่อยพอหรอก ต้องสาม
(ดูอย่างตอนสึนามิสิ)

สรุปแล้ว ปีหน้าเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเป็นออดิทดีกว่าเนอะ

เหนื่อย

posted on 22 Feb 2005 21:48 by ambiguous  in studies, thoughts

ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น

...

เมื่อวานนี้หลังพิมพ์รายงาน (ที่พูดถึงข้างล่าง) ประมาณ 2 ชั่วโมง เราก็ไปสอบ presentation
อจ.บอกว่าหน้าเราเหมือนโดนทรมาน... -"-
ก็มันปวดตาอ่ะ ง่วงมากๆเลยด้วย
แล้วเรื่องที่พรีเซนท์นี่ก็คิดไม่ออก เพื่อนคนอื่นในกลุ่มก็ช่วยอะไรไม่ได้ด้วยนะ เพราะไม่มีใครอ่านหนังสือจบเลยสักคน

กลับหอมาพิมพ์รายงานต่อ เข้าไปดูรหัสวิชาในเวบมหาลัย
เลยลองใช้โปรแกรมทดสอบเกรด (เค้าจะมีรายชื่อวิชาที่เราลงเรียน แล้วให้เราใส่เกรดดูว่าเฉลี่ยจะออกมาเท่าไหร่)
เทอมนี้ท่าจะแย่กว่าเทอมที่แล้ว...

วันนี้ก่อนสอบ ไปส่งรายงาน เจอเพื่อนขึ้มมาถามคำถามอจ.พอดี เราเลยยืนฟังด้วย
อจ.บอกว่าหน้าเธอยังกะไปรบที่ไหน
อ้าวเหรอ... นึกว่านอนพอแล้วนะ

แสดงว่าเหนื่อยจริงใช่มั้ยเนี่ย

อาทิตย์หน้าสอบ 6 ตัว (อาทิตย์นี้แค่ 3)
เริ่มวางแผนแล้วว่าจะไม่อ่านตัวไหน
คือมันอ่านไปแล้วทั้งนั้นแหละ เริ่มจะลืมแล้วด้วย แต่ถ้าขี้เกียจก็ไม่ทวนแล้วล่ะ

เฮ้อ

...

บางทีฉันก็สงสัย
ว่าอีกไกลแค่ไหน กว่าจะถึงจุดหมาย

-free & easy , Ayumi Hamasaki

แก้ไขเมื่อ 23/2/2548 17:17:08

รายงาน

posted on 22 Feb 2005 09:54 by ambiguous  in studies

อจ.ให้งานเด็กปีหนึ่งมาให้ตรวจดูว่าผิดตรงไหน ยังไง ทำไม แก้ได้ยังไง แล้วทำเป็นรายงานส่งวันที่สอบ ซึ่งก็คือพรุ่งนี้แล้ว
คนนึงจะได้ 3 ชิ้น ชิ้นละย่อหน้าเดียว

แต่ขอบอกว่ามันยากมาก
อ่านไปก็งงไป
บางอันก็ผิดอะไรง่ายๆ แค่เอกพจน์/พหูพจน์ คือถ้าอ่านทวนก็น่าจะแก้เองได้ (Herb are useful - ผิดมันตั้งแต่หัวข้อค่ะ)
บางประโยคนี่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าคนเขียนเค้าตั้งใจจะบอกอะไรกันแน่ (Herbs are used to cure symtoms of illnesses, the other for pleasure and boosting health. - นอกจากสะกดผิดแล้ว เราไม่เข้าใจที่เหลือเลย จะหมายถึง aromatherapy รึเปล่า)
บางอันก็สับสนเชียว (herbs protect cancer - ต้องใช้ prevent จ้ะน้อง)

ในช่วงความยาวประมาณ 12 บรรทัดเนี่ยนะ
สามารถผิดกันได้ตั้งแต่ 20 ถึง 40 (กว่า) ที่
คือไม่มีประโยคไหนเขียนถูกว่างั้น

ทำไปก็เริ่มคิดว่ากว่าจะมาถึงตอนนี้เราก็คงจะเคยเขียนอะไรแบบนี้มาเยอะอยู่เหมือนกัน
แล้วเขียนได้แย่ขนาดไหนก็ไม่รู้
เราจะเคยทำให้อจ.ปวดหัวแบบนี้บ้างรึเปล่า
แต่ตอนนี้ยังไม่ว่างกลับไปดูงานเก่าอ่ะนะ เลยพิสูจน์ไม่ได้

ต้องไปทำต่อแล้วล่ะ