studies

an email to my professor

posted on 15 Jun 2009 18:28 by ambiguous  in personal, studies

Dear Ajarn Peansiri,

Good evening.
Along with my homework from Sunday, I would like to introduce myself like I supposed to since last week.

Now I do have a reason why I am typing in English, not that my English is better than my Thai, and it is also a good reason.

Right after graduation, I have started working as a translation staff at the International Bible Society (IBS). We work primarily with the Bible, so yes, I am a Christian. Our well known version would certainly be the NIV (New International Version) and in Thai language we own TLB (Thai Living Bible) and TNCV (Thai New Contemporary Vesion).

As a general process, we have an American Translation Consultant visit us once in a while to check on our work. Since the Consultant does not know any Thai, we do back translation on selected passage for him. The first time I did that he caught me making a mistake between เชลย and ทาส. He looked at me and asked, in a serious tone, whether Thai is my mother language. He told me to study more Thai.

How embarassing!

I know that as a translator my Thai should be a lot better than my English and I do try to practice more. But instead of sending you poorly writen Thai email, I think at least you would be more willing to forgive me for the gramatical mistakes I made here. English is not my mother language after all. (And I might add that writing a paper in Thai would surely be a pain.)

I hope that gives you glimpse of myself.

Best Regards,

NC

 

ช่วยด้วย

posted on 14 Nov 2008 17:51 by ambiguous  in studies

ตอนนี้กำลังมึนกับการหาข้อมูล...

ป.โทการแปลที่จุฬากับที่ธรรมศาสตร์เรียนต่างกันถึง 9 หน่วยกิจเลยทีเดียว

ไม่เข้าใจว่าทำไมต่างกันได้เยอะขนาดนั้น

ตอนนี้มีเพื่อนที่เรียนที่จุฬาอยู่
แต่ไม่รู้จักใครที่ธรรมศาสตร์เลย

ในเนตก็ไม่ค่อยจะมีข้อมูล

เฮ้อ

ใครพอจะช่วยได้บ้างมั้ยคะ

 

 

จริงๆก็จบมาสามปีแล้ว แต่อยากเขียนบ้าง =D

Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น

กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

 

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

อักษร เอกภาษาอังกฤษ โทภาษาญี่ปุ่น ม.ศิลปากร

- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

สองปีแรกก็วิชาพื้นฐานทั่วๆไป เช่น อารยธรรมไทย/ตะวันตก/ตะวันออก แล้วก็วิชาพื้นฐานของสาขาต่างๆ ที่เราสนใจ ต้องเรียนอย่างต่ำ 4 สาขา หนึ่งในนั้นจะกลายเป็นวิชาเอก และอีกหนึ่งเป็นวิฃาโท

จากนั้นปีสองเทอมสองจะเข้าเอก คือเริ่มเรียนสาขาเอก/โทของเราล้วนๆ
เอกภาษาอังกฤษก็มี reading, writing, structure, linguistics, phonetics, translation
ที่สำคัญก็คือเน้น literature ทั้งอ่าน เขียน ตีความ และวิจารณ์ (จะไม่ค่อยเน้นการใช้ด้าน business สักเท่าไหร่) ในตัว literature เองก็มีให้เลือกกันสนุกสนานทั้ง short stories, english/american novels, minority literature, women literature, mythology, films 

ส่วนโทภาษาญี่ปุ่นนั้นก็เรียนคล้ายวิชาเอกญี่ปุ่น (บางตัวเรียนด้วยกัน) แต่จะเรียนน้อยกว่าเอกประมาณครึ่งนึง
รายละเอียดให้อ่านจากคนที่เรียนเอกญี่ปุ่นละกัน

- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ถ้าตรงๆเลยก็เป็นงานเกี่ยวกับหนังสือทั้งหลาย writer, editor, translator, interpreter
ถ้าอ้อมหน่อยก็คืองานที่ใช้ภาษา ซึ่งก็มีหลากหลายมาก เช่น เลขา แอร์ งานโฆษณา งานข่าว ครูสอนภาษา

- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

ต้องชอบคิด วิเคราะห์ เปิดกว้าง และกล้าแสดงความคิดเห็น ที่สำคัญคือต้องชอบอ่านหนังสือ มีหนังสือให้อ่านเยอะมาก แล้วก็มีแต่ภาษาอังกฤษล้วนๆ รวมถึงภาษาอังกฤษโบราณอย่างบทกวีของเชคสเปียร์ด้วย
หลายคนอาจจะเจอปัญหาว่าอ่านไม่ทัน แต่ถ้าไม่ได้อ่านหนังสือก่อนสอบหรือตีความไม่ออกก็จงบอกความจริงกับอาจารย์ไปเถอะค่ะและยอมรับคะแนนที่ออกมาด้วย การอ่านบทคัดย่อนี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แถมยังจะเป็นการตีกรอบความคิดเราให้คับแคบเปล่าๆ และอาจารย์ก็จะรู้ด้วย

หลายคนสงสัยว่าเรียน literature แล้วจะเอาไปทำงานได้ยังไง แต่จริงๆแล้ว literature สอนให้เรามองโลก มองสังคม มองคนได้ในมุมมองที่กว้างขึ้น เป็นการเรียนชนิดที่เอาไปใช้ได้ในชีวิตจริงเลยล่ะ 

- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า?

จริงๆแล้วการเรียนภาษาเป็นสิ่งที่สนุก แล้วก็เป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดได้อีกมาก
อย่างน้อยไปเรียนโทก็ไม่ต้องกลัวการอ่านตำราภาษาอังกฤษแน่ๆ

=)